ENไทย
readwise — TOEIC-style Reading Practice

TOEIC Reading คนไทย: 230 ปี 2024 และ 224 ปี 2025 บอกอะไร

กองบรรณาธิการ eng-test.com6 นาทีในการอ่าน

รายงาน ETS ปี 2024 ระบุค่าเฉลี่ย Reading ของผู้สอบที่มี native country เป็น Thailand ไว้ที่ 230 ส่วนปี 2025 เป็น 224 ตัวเลขนี้อธิบายกลุ่มผู้สอบในรายงาน ไม่ใช่คนไทยทั้งหมด เมื่อนับครบ Table 1 พบ 39 ประเทศในแต่ละฉบับ โดยไทยมี Reading ต่ำเป็นอันดับ 4 ในปี 2024 และอันดับ 3 ในปี 2025

ตารางตัวเลขที่ระบุปีชัดเจน

รายการรายงาน 2024รายงาน 2025
Listening เฉลี่ยกลุ่ม Thailand316307
Reading เฉลี่ยกลุ่ม Thailand230224
คะแนนรวมเฉลี่ยกลุ่ม Thailand546531
Listening ลบ Reading คำนวณจากตาราง8683
จำนวนแถวประเทศที่นับได้3939
ลำดับเมื่อเรียง Reading จากต่ำไปสูง43

ที่มา: รายงาน 2024 ตาราง 1 หน้าที่พิมพ์เลข 5 และรายงาน 2025 ตาราง 1 หน้าที่พิมพ์เลข 5 ตรวจวันที่ 27 กันยายน 2026 ลำดับเป็นการคำนวณของเราจากแถวข้อมูล ไม่ใช่อันดับระบบการศึกษาที่ ETS จัดให้

ในปี 2024 มี Congo Republic ที่ Reading 228 ต่ำกว่าไทย 230 ด้วย จึงทำให้คำกล่าวเดิม “ต่ำเป็นอันดับ 3 จาก 35” ผิด ส่วนปี 2025 มีเพียง Indonesia และ Mongolia ในตารางที่ต่ำกว่าไทย

Reading 230 ไม่ได้หมายถึงอะไรบ้าง

คะแนนแต่ละพาร์ตเป็น scaled score ไม่ใช่จำนวนข้อถูก นำ 230 หาร 495 ไม่ได้เปอร์เซ็นต์ความแม่นยำ และ 230 ไม่ได้แปลว่าตอบถูก 46 หรือ 47 จาก 100 ข้อ จึงไม่ควรใช้สูตรสัดส่วนตรงแปลงชุดฝึกห้าข้อเป็นคะแนนสเกล

ค่าเฉลี่ยไม่ใช่เกณฑ์ผ่าน เกณฑ์สมัครงาน หรือคำทำนายคะแนนของคุณ ดูหลักแปลผลที่แหล่งข้อมูลคะแนนของ ETS และคู่มือคะแนนของเรา เพื่อแยกเป้าหมายรายพาร์ตจากคะแนนรวม

คนที่ Reading 230 แต่ Listening 400 ต้องวางแผนต่างจากคนที่ Reading เท่ากันแต่ Listening 200 ค่าเฉลี่ยประเทศเดียวไม่สามารถกำหนดแผนทั้งสองคนได้ เริ่มจากผลรายพาร์ตและงานที่คุณเสียเวลาจริง

เหตุใดจึงไม่ใช่ค่าเฉลี่ยประชากรทั้งประเทศ

รายงานใช้ข้อมูลผู้สอบและแบบสอบถาม Native country ไม่จำเป็นต้องเป็นประเทศที่เข้าสอบ และตารางประเทศมีเกณฑ์จำนวนผู้เข้าร่วม จึงเป็นกลุ่มที่คัดตามเงื่อนไข ไม่ใช่ทุกประเทศในโลก

ผู้ที่เข้าสอบภาษาอังกฤษเพื่อการทำงานไม่ใช่ตัวอย่างสุ่มของประชากรทั้งประเทศ สัดส่วนนักศึกษา คนทำงาน วัตถุประสงค์ และโครงการสอบที่ต่างกันอาจมีผลต่อการเปรียบเทียบ ค่าเฉลี่ยปีหลังที่ต่ำกว่าไม่ได้พิสูจน์ว่าคนกลุ่มเดิมอ่านแย่ลงหรือบอกสาเหตุของการเปลี่ยนแปลง

ใช้คำว่า “กลุ่มผู้สอบจากไทยในรายงาน” ไม่ใช่ “คนไทยมีความสามารถเท่านี้” และใส่ปีรายงานข้างคะแนนหรือการเปรียบเทียบทุกครั้ง

ใช้ช่องว่าง Listening–Reading วางแผนอย่างไร

ความต่างของค่าเฉลี่ยชวนให้ตรวจทักษะ Reading แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าเวลาสอบเป็นสาเหตุ รายงานไม่ได้แยกทดสอบสาเหตุสำหรับการเทียบประเทศนี้ ควรตรวจศัพท์ ไวยากรณ์ ความเข้าใจ และการจัดเวลาแยกกัน

สิ่งที่พบจากการฝึกของตนงานตรวจจุดอ่อนถัดไปสิ่งที่จด
ไม่จับเวลาถูก แต่จับเวลาแล้วไม่ทันทำบทอ่านใกล้เคียงกันแบบจำกัดเวลาทำถึงข้อไหน ความถูกต้อง และเวลา
มีเวลาเท่าไรก็ยังผิดอธิบายทุกตัวเลือกว่าทำไมถูกหรือผิดศัพท์ไม่รู้และกฎที่ขาด
จำข้อเท็จจริงได้แต่อนุมานผิดหาประโยคที่รองรับการอนุมานหลักฐานเทียบกับสิ่งที่เดา
พลาดรูปกริยาซ้ำฝึก Part 5 เฉพาะรูปแบบคำควบคุมและรูปที่ต้องใช้

ใช้การแบ่งเวลา Reading และสแกน Part 7 เพื่อหาหลักฐาน ทั้งสองวิธีไม่ได้ทำให้ค่าเฉลี่ยประเทศกลายเป็นผลวินิจฉัยส่วนตัว

รอบทบทวนสองสัปดาห์ที่ปรับใช้ได้

  1. วันที่ 1–2 ทำชุดพื้นฐานและแยกข้อผิดเป็นศัพท์ ไวยากรณ์ หลักฐาน หรือเวลา จด Listening กับ Reading แยกกัน
  2. วันที่ 3–6 ฝึกจุดที่ผิดซ้ำวันละเรื่อง อธิบายเหตุผลก่อนเปิดเฉลย แม้เดาถูกก็ต้องทบทวน
  3. วันที่ 7–10 ผสมโจทย์ประโยคกับบทอ่านสั้น จดเวลาคู่กับความถูกต้องโดยเทียบงานประเภทใกล้กัน
  4. วันที่ 11–14 กลับไปทดสอบรูปแบบที่เคยผิดด้วยตัวอย่างใหม่ แล้วปรับรอบถัดไปตามปัญหาที่เหลือ

นี่เป็นแผนฝึกที่เสนอให้ปรับใช้ ไม่ใช่ผลทดลองที่รับประกันคะแนนเพิ่ม ถ้าพลาดประธานกับกริยาเริ่มที่agreement ถ้าศัพท์งานทำให้อ่านช้าให้เลือกบริบทจากคู่มือคำศัพท์

ชุดสั้นช่วยให้ฝึกต่อเนื่อง แต่ห้าข้อจำลองความอึดหรือคะแนนสเกลของการสอบจริงไม่ได้ เมื่อต้องประเมินการทำ Reading ทั้งชุด ให้ใช้ชุดจับเวลาที่ยาวเหมาะสมด้วย

แนวทางอ้างอิงสำหรับผู้เขียนและครู

เขียนให้ตรงได้ว่า “รายงาน ETS ปี 2024 ระบุค่าเฉลี่ย TOEIC Reading ของผู้สอบที่มี native country เป็น Thailand ที่ 230 ส่วนฉบับ 2025 เป็น 224” แล้วลิงก์ไปฉบับที่ใช้ หากเขียนอันดับให้ระบุว่าเป็นการคำนวณจากตารางประเทศ

ข้อมูลรองรับการเปรียบเทียบเชิงพรรณนา แต่ยังไม่รองรับคำอธิบายว่าทำไมระบบการศึกษาสำเร็จหรือล้มเหลว ใครจะสอบได้เท่าไร หรือคนคนเดิมมีทักษะลดลง การอธิบายสาเหตุต้องใช้หลักฐานที่ออกแบบมาทดสอบสาเหตุนั้น

งานวิเคราะห์คลังโจทย์ของเรา เป็นคนละแหล่ง วัดเนื้อหาฝึก ไม่ใช่ผู้สอบ ETS อย่านำป้ายความยากมารวมกับค่าเฉลี่ยประเทศเสมือนเป็นชุดข้อมูลเดียวกัน ดูความต่างของเนื้อหากับเวลาในTOEIC ยากไหม

หมายเหตุแหล่งข้อมูลและการคำนวณ

ไฟล์ 2024 ที่ระบุปีในชื่อเก็บโดย IIBC ส่วน URL รายงานทั่วไปของ ETS ตอนนี้ให้ฉบับ 2025 และอาจถูกแทนที่ภายหลัง เราตรวจภาพตารางทั้งสองฉบับและนับทุกแถวก่อนหาลำดับ แผนเดิมเปรียบเทียบไม่ครบ หน้านี้แก้ข้อมูลนั้น

ดูสรุปการคำนวณและลิงก์แหล่งข้อมูล เมื่อทบทวนบทความต้องดูชื่อปีบนรายงานด้วย ไม่ใช่เชื่อว่า URL เดิมจะให้ฉบับเดิมเสมอ

คำถามที่พบบ่อย

Reading 230 เป็นค่าเฉลี่ยไทยล่าสุดในรายงานที่ตรวจหรือไม่?

ไม่ใช่ ฉบับ 2024 เป็น 230 ส่วนฉบับ 2025 ที่ตรวจวันที่ 27 กันยายน 2026 เป็น 224 ต้องระบุปีรายงานเสมอ

ปี 2024 ไทย Reading ต่ำอันดับ 3 จาก 35 ประเทศจริงไหม?

ไม่จริง ตารางที่ตรวจมี 39 แถว และ Congo Republic ที่ 228 ต่ำกว่าไทย 230 ด้วย ไทยจึงต่ำเป็นอันดับ 4 ในตารางนั้น

แปลง Reading 230 เป็นเปอร์เซ็นต์ข้อถูกได้ไหม?

ไม่ได้ เพราะเป็น scaled score การหารด้วยคะแนนเต็มไม่บอกสัดส่วนคำตอบถูก

จาก 230 เป็น 224 พิสูจน์ว่าผู้เรียนไทยอ่านแย่ลงหรือไม่?

ยังพิสูจน์ไม่ได้ เป็นกลุ่มผู้สอบรายปีที่ต่างกัน ค่าเฉลี่ยอย่างเดียวไม่ได้ติดตามคนเดิมหรือทดสอบสาเหตุ

เอาไปฝึกกับข้อสอบแนว TOEIC จริง

eng-test.com คือเว็บฝึกข้อสอบแนว TOEIC Reading ฟรี รอบละ 5 ข้อ พร้อมเฉลยและคำอธิบาย ลองเอาสิ่งที่เพิ่งอ่านไปฝึกต่อได้เลย