ENไทย
readwise — TOEIC-style Reading Practice

คะแนน TOEIC เท่าไหร่ถึงจะดี? ตารางแปลผลคะแนน เทียบ CEFR และเกณฑ์สมัครงาน (อัปเดต 2026)

กองบรรณาธิการ eng-test.com10 นาทีในการอ่าน

สำหรับการสมัครงานในไทย คะแนน TOEIC 600 ขึ้นไปถือว่า "ดี" — ผ่านเกณฑ์ที่นายจ้างส่วนใหญ่ตั้งไว้ รวมถึงเกณฑ์ลูกเรือการบินไทยที่ประกาศไว้อย่างเป็นทางการ และสูงกว่าค่าเฉลี่ยผู้สอบชาวไทยที่ 546 คะแนน จากรายงาน ETS ปี 2024 ส่วนคะแนน 785 ขึ้นไปเทียบเท่าระดับ B2 ทั้งสองทักษะตามเกณฑ์ทางการของ ETS และ 900+ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทุกประเทศในรายงานฉบับนั้น บทความนี้อธิบายความหมายของทุกช่วงคะแนน และวิธีตั้งเป้าหมายที่ทำได้จริง

ระบบคะแนน TOEIC ทำงานอย่างไร: สเกล 10–990

ข้อสอบ TOEIC Listening and Reading รายงานคะแนน 3 ตัว ได้แก่ คะแนนการฟัง (Listening) 5–495 คะแนนการอ่าน (Reading) 5–495 และคะแนนรวม 10–990 แต่ละพาร์ตมี 100 ข้อแบบปรนัย และคะแนนทุกตัวขยับทีละ 5 คะแนนเสมอ — ไม่มีคะแนน 601 หลังจาก 600 คะแนนถัดไปคือ 605

คะแนนดิบ (raw score) คือจำนวนข้อที่ตอบถูก จะถูกแปลงเป็นคะแนนสเกล (scaled score) ผ่านกระบวนการปรับเทียบทางสถิติ (statistical equating) เพื่อชดเชยความยากง่ายที่ต่างกันเล็กน้อยระหว่างชุดข้อสอบ ตอบถูกเท่ากันในคนละรอบสอบจึงอาจได้คะแนนสเกลต่างกันเล็กน้อย และนี่คือเหตุผลที่ไม่มีตารางแปลงคะแนนดิบอย่างเป็นทางการ — ตารางที่เห็นตามเว็บต่าง ๆ เป็นเพียงค่าประมาณ

  • นับเฉพาะข้อที่ตอบถูกเท่านั้น ไม่มีการหักคะแนนเมื่อตอบผิด (no negative marking) ดังนั้นการเว้นว่างเสียหายเท่ากับการตอบผิดทุกประการ
  • TOEIC ไม่มีตกหรือผ่าน ทุกคนได้คะแนนระหว่าง 10–990 องค์กรแต่ละแห่งเป็นผู้กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำเอง
  • Listening กับ Reading ให้คะแนนแยกอิสระจากกัน — โปรไฟล์ที่พบบ่อยมากของผู้สอบชาวไทยคือ Listening สูงกว่า Reading อย่างชัดเจน (ดูรายละเอียดด้านล่าง)

ห้ามเว้นข้อว่างเด็ดขาด ตัวเลือกมี 4 ข้อ การเดาสุ่มมีค่าคาดหวัง 25% ส่วนข้อที่เว้นว่างได้ 0% แน่นอน — ในนาทีสุดท้ายของพาร์ต Reading ให้ฝนทุกข้อที่ยังไม่ได้ตอบ

บทความนี้เน้นเรื่องการแปลผลคะแนน หากต้องการรายละเอียดรูปแบบข้อสอบ ขั้นตอนสมัครสอบ และค่าธรรมเนียมในไทย อ่านได้ที่คู่มือสอบ TOEIC ฉบับสมบูรณ์ และตรวจสอบข้อมูลทางการล่าสุดจากศูนย์สอบอย่างเป็นทางการ CPA (Thailand)

ตารางแปลผลคะแนน TOEIC: แต่ละช่วงหมายถึงอะไร

ช่วงคะแนนด้านล่างคือกรอบการตีความที่ผู้ใช้คะแนนส่วนใหญ่อ้างอิง ซึ่งพัฒนามาจากแนวทางการใช้คะแนนของ ETS ที่ใช้กันมายาวนาน ให้มองเป็นเข็มทิศคร่าว ๆ ไม่ใช่ใบรับรอง — เกณฑ์ที่เข้มงวดรายทักษะอยู่ในตารางเทียบ CEFR หัวข้อถัดไป

ช่วงคะแนนระดับที่ใช้เรียกกันทั่วไปความหมายในการทำงานจริง
905–990มืออาชีพระดับสากลใช้ภาษาอังกฤษทำงานได้ใกล้เคียงเจ้าของภาษา เข้าใจเอกสารแทบทุกประเภท
785–900ใช้งานได้ดีในที่ทำงานสื่อสารงานส่วนใหญ่ได้ อาจสะดุดกับเนื้อหาซับซ้อนเป็นครั้งคราว
605–780ใช้งานได้จำกัดจัดการหัวข้องานประจำได้ แต่ความเร็วและความละเอียดยังไม่นิ่ง
405–600พื้นฐานระดับใช้การได้เอาตัวรอดในสถานการณ์งานที่คุ้นเคย นอกเหนือจากนั้นติดขัดบ่อย
255–400พื้นฐานสื่อสารได้เฉพาะสถานการณ์ง่ายและคาดเดาได้
10–250ระดับท่องจำรู้คำศัพท์และวลีสำเร็จรูปเป็นจุด ๆ

ในบางประเทศ ผู้สอบจะได้รับใบประกาศ (Certificate of Achievement) ที่สีของใบสะท้อนช่วงคะแนน ซึ่งมักอธิบายกันว่า สีทอง (860–990) สีฟ้า (730–855) สีเขียว (470–725) สีน้ำตาล (220–465) และสีส้ม (10–215) — อาจเคยเห็นการพูดถึง "ใบทอง" ในฟอรัมหางานของไทย แต่สิ่งที่นายจ้างตรวจจริงคือตัวเลขใน score report อย่างเป็นทางการ

ตารางเทียบคะแนน TOEIC กับระดับ CEFR (เกณฑ์ทางการจาก ETS)

ETS เผยแพร่ผลการศึกษาการเทียบคะแนน TOEIC เข้ากับกรอบมาตรฐาน CEFR อย่างเป็นทางการ โดยเทียบแยกรายทักษะ — คุณจะได้ระดับ CEFR ของ Listening และของ Reading แยกกัน คะแนนขั้นต่ำตามเอกสารทางการของ ETS มีดังนี้

ระดับ CEFRListening ขั้นต่ำReading ขั้นต่ำ
C1490455
B2400385
B1275275
A2110115
A16060

ประเด็นสำคัญสองข้อ หนึ่ง — การได้ B2 ทั้งสองทักษะต้องใช้อย่างน้อย 400 + 385 = 785 คะแนนรวม นี่คือเหตุผลที่ตัวเลข 785 โผล่ในประกาศรับสมัครงานและเกณฑ์มหาวิทยาลัยทั่วโลก สอง — C1 ทั้งสองทักษะต้องใช้อย่างน้อย 490 + 455 = 945 และข้อสอบ Listening and Reading ไม่มีการเทียบระดับ C2 เลย ทั้งนี้ ETS ระบุว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นแนวทางจากคณะผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่เส้นตัดตายตัว

แล้ว "TOEIC 600 ระดับไหน"? หากคะแนนสมดุลกัน (ประมาณ Listening 320 / Reading 280) คุณอยู่ระดับ B1 ทั้งสองทักษะอย่างมั่นคง — เป็นผู้ใช้ภาษาอิสระ (independent user) แต่ยังไม่ถึงระดับ B2 ที่ใช้ทำงานได้เต็มรูปแบบ

คะแนน TOEIC เท่าไหร่ถึงจะ "ดี"?

คำว่า "ดี" วัดจากสองอย่าง คือ สูงกว่าเกณฑ์ขององค์กรที่คุณจะสมัคร และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของคู่แข่ง ในประเด็นหลัง รายงาน ETS 2024 Report on Test Takers Worldwide (ตารางที่ 1 ค่าเฉลี่ยตามสัญชาติผู้สอบ) ระบุค่าเฉลี่ยของผู้สอบชาวไทยที่ Listening 316 + Reading 230 = รวม 546 คะแนน เทียบกับญี่ปุ่น 564 เวียดนาม 570 ไต้หวัน 581 มาเลเซีย 668 และฟิลิปปินส์ 719 (ตัวเลขนี้คือค่าเฉลี่ยของผู้เข้าสอบจากแต่ละประเทศ ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของประชากรทั้งประเทศ)

กลุ่ม Thailand ในรายงาน 2024 มี Listening 316 สูงกว่า Reading 230 อยู่ 86 คะแนน Reading คิดเป็นราว 42% ของคะแนนรวมเฉลี่ย ซึ่งไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ข้อถูก เมื่อเทียบครบ 39 แถวประเทศ ไทยต่ำเป็นอันดับ 4 โดย Indonesia 196, Mongolia 211 และ Congo Republic 228 ต่ำกว่า ให้เลือกจุดฝึกจากผลของตนเองด้วยเทคนิค Part 5 และกลยุทธ์ Part 6–7 ส่วนข้อมูล 2025 ดูในบทเทียบค่าเฉลี่ย Reading

  • 500+ — เริ่มใช้งานได้: ผ่านเกณฑ์รัฐวิสาหกิจบางแห่ง และเข้าใกล้ค่าเฉลี่ยผู้สอบชาวไทยที่ 546
  • 600+ — ดี: ผ่านเกณฑ์สมัครงานที่พบบ่อยที่สุดในไทย และสูงกว่าค่าเฉลี่ยผู้สอบชาวไทย (546) ราว 54 คะแนน
  • 700+ — แข่งขันได้: สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทุกประเทศในเอเชียตะวันออกและอาเซียนในตาราง ETS ปี 2024 (สูงสุดคือมาเลเซีย 668) เด่นในรอบคัดกรองบริษัทใหญ่
  • 800+ — สร้างความต่าง: ได้ B2 ทั้งสองทักษะแบบมีบัฟเฟอร์ และเริ่มเข้าใกล้โซน C1
  • 900+ — ระดับแนวหน้า: สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทุกประเทศในรายงาน ETS ปี 2024 (สูงสุดคือเลบานอน 853)

เกณฑ์คะแนน TOEIC สมัครงานที่ใช้กันจริงในไทย

เกณฑ์คะแนนต่างกันตามบริษัท ตำแหน่ง และแม้แต่รอบรับสมัคร ดังนั้นให้ยึดตัวเลขในประกาศรับสมัครฉบับจริงเสมอ ข้อมูลปี 2026 ช่วงคะแนนที่พบบ่อยในประกาศงานของไทยมีดังนี้

ประเภทนายจ้างเกณฑ์ขั้นต่ำที่พบบ่อยหมายเหตุ
สายการบิน (ลูกเรือ)600+การบินไทยประกาศทางการที่ 600 และต้องสอบภายใน 2 ปี
รัฐวิสาหกิจ500–600กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภคมักขอ 500–550
ธนาคารไทย600–650สายงานต่างประเทศมักสูงกว่านี้
โรงแรมเครือนานาชาติ550–650งานส่วนหน้า (front office) สูงกว่างานหลังบ้าน
บริษัทข้ามชาติ / management trainee700–800+ตำแหน่งระดับภูมิภาคมักขอ 750+

การบินไทยเป็นหนึ่งในนายจ้างไม่กี่รายที่ประกาศตัวเลขอย่างเป็นทางการ: หน้าเว็บคุณสมบัติพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินกำหนด TOEIC ขั้นต่ำ 600 คะแนน (เฉพาะแบบ Personal เท่านั้น ไม่รับคะแนนแบบ Institutional) และต้องสอบภายใน 2 ปีนับถึงวันสมัคร ส่วนตัวเลขของนายจ้างรายอื่นส่วนใหญ่มาจากประกาศรับสมัครแต่ละรอบและเปลี่ยนแปลงได้ ให้ใช้ตารางนี้เพื่อวางแผน ไม่ใช่คำรับประกัน

กติกาหนึ่งที่ตายตัวคือ ผลคะแนน TOEIC มีอายุ 2 ปีนับจากวันสอบตามนโยบายของ ETS — วางแผนวันสอบให้คะแนนยังไม่หมดอายุตอนยื่นสมัครจริง

ตั้งเป้าส่วนตัวสูงกว่าเกณฑ์ในประกาศ 50 คะแนน เพราะคะแนนแต่ละรอบสอบแกว่งได้ บัฟเฟอร์นี้ช่วยประหยัดทั้งค่าสอบใหม่และเวลารออีกหลายสัปดาห์

บันไดเป้าหมายที่ทำได้จริง: 500 → 600 → 700 → 800+

คะแนนไม่ได้เพิ่มแบบเส้นตรง — สิ่งที่ต้องแก้เปลี่ยนไปทุกขั้นบันได นี่คือสิ่งที่ขยับตัวเลขจริงในแต่ละระดับ

ไปให้ถึง 500: หยุดเสียคะแนนข้อง่าย

ต่ำกว่า 500 คะแนนที่หายไปส่วนใหญ่มาจากช่องโหว่ไวยากรณ์พื้นฐานและคำศัพท์ความถี่สูง ไม่ใช่จากข้อยาก เก็บระบบ tense ให้แน่น (สรุป 12 tenses พร้อมตัวอย่างแนว TOEIC) รวมถึง parts of speech และศัพท์ธุรกิจพันคำแรก ขั้นนี้ความแม่นยำในข้อง่ายสำคัญกว่าความเร็วมาก

ไปให้ถึง 600: เอาชนะข้อระดับกลางให้ได้

การกระโดดจาก 500 ไป 600 ตัดสินกันที่ข้อความยากระดับกลาง (medium) ซึ่งเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดของคลังข้อสอบทุกแห่ง (50.6% ของโจทย์ 16,214 ข้อที่ eng-test.com วิเคราะห์ในเดือนกรกฎาคม 2026) และต้องทำ Part 5 เร็วพอที่จะไปถึงบทอ่านทุกชุดใน Part 7 ก่อนหมดเวลา คะแนน 600 แบบสมดุลหมายถึง B1 ทั้งสองทักษะ

ไปให้ถึง 700: ความเร็วบวกความอึดใน Part 7

จาก 600 ไป 700 คอขวดย้ายไปอยู่ที่ความอึดในการอ่านและการจับ paraphrase — คำตอบที่ถูกใน Part 7 แทบไม่เคยใช้คำเดียวกับบทอ่าน ข้อที่ทำไม่ทันคือฆาตกรคะแนนคลาสสิกของคนระดับ 600 ส่วนคนระดับ 700 ทำครบทุกข้อ แม้บางข้อยากจะเป็นการเดาแบบมีหลักการ

ไปให้ถึง 800+: ข้อยากและการตีความ

เหนือ 800 ข้อง่ายและข้อกลางต้องเป็นอัตโนมัติ สนามแข่งจริงคือข้อยากราว 20% สุดท้าย ได้แก่ คำถามเชิงอนุมาน (inference) ความละเอียดของคำศัพท์ และการเชื่อมโยงข้อมูลข้ามบทอ่านหลายชิ้น ระดับนี้คือ B2 แบบมีบัฟเฟอร์ และถ้าคะแนนแยกส่วนถึง 945+ ในสัดส่วนที่เหมาะสม ก็แตะเกณฑ์ C1 ทางการ (Listening 490 / Reading 455)

บทวิเคราะห์จากโจทย์ 16,214 ข้อในคลังของเรา: ความยากและการบริหารเวลา

เราวิเคราะห์ชุดตัวอย่าง 16,214 ข้อจากคลังข้อสอบแนว TOEIC ของ eng-test.com ที่มีมากกว่า 20,000 ข้อ (ตัวเลขทั้งหมดอธิบายชุดที่นำมาวิเคราะห์ ซึ่งออกแบบตามแนวข้อสอบจริง ไม่ใช่ข้อมูลของข้อสอบทางการ) สัดส่วนความยากคือ ง่าย 28.9% / กลาง 50.6% / ยาก 20.5% — ข้อง่ายกับข้อกลางรวมกันเป็น 79.5% หรือราว 8 ใน 10 ข้อ ถ้าคุณเก็บสองกลุ่มนี้ได้อย่างสม่ำเสมอ โปรไฟล์ความแม่นยำของคุณก็อยู่ในระดับที่คะแนนย่าน 600 ต้องการแล้ว ส่วนข้อยาก 20.5% มีไว้แยกผู้สมัครระดับ 800+ ไม่ใช่ 600 — นี่คือเหตุผลที่กลยุทธ์ "เก็บข้อกลางก่อน" ให้ผลตอบแทนสูงสุดสำหรับเป้า 600

คำถามแต่ละข้อในคลังของเรามีค่าประมาณเวลาที่ใช้ทำ (estimated solve time) ค่าเฉลี่ยรายหมวดเป็นดังนี้

หมวด (คลังของเรา)เวลาเฉลี่ยโดยประมาณต่อข้อ
Reading Comprehension (แนว Part 7)128.5 วินาที
Text Completion (แนว Part 6)94.2 วินาที
Incomplete Sentences (แนว Part 5)45.4 วินาที
Grammar37.2 วินาที
Vocabulary37.1 วินาที

บริบทสำคัญ: พาร์ต Reading ของข้อสอบจริงให้เวลา 75 นาทีสำหรับ 100 ข้อ เฉลี่ยข้อละ 45 วินาที ตัวเลขของเราสะท้อนจังหวะของคนที่ยังไม่ได้ฝึก — ข้อระดับประโยคใช้เวลาพอดีงบ (37–45 วินาที) แต่ข้อที่อิงบทอ่านกินเวลาเกินงบเกือบ 3 เท่า ทักษะจับเวลาที่เปลี่ยนช่วงคะแนนได้จริงคือการบีบข้อระดับประโยคให้ต่ำกว่า 30 วินาที เพื่อเหลือเวลา 60–90 วินาทีต่อข้อให้บทอ่าน สำหรับเป้า 600 ทำข้อแนว Part 5 ภายใน 40 วินาทีก็พอ แต่เป้า 700+ ควรกดให้ต่ำกว่า 30 วินาที

ควรเริ่มอ่านอะไรก่อน? ในชุดที่วิเคราะห์ ทักษะที่ถูกทดสอบมากที่สุดคือการเลือกคำกริยา (verb choice) รวม 2,597 ข้อ คิดเป็น 16.0% ของ 16,214 ข้อ หรือ 1 ใน 6 ข้อ แบ่งเป็นกริยาเชิงธุรกิจ 1,529 ข้อ (9.4%) และกริยาในกลุ่มคำศัพท์ทั่วไป 1,068 ข้อ (6.6%) ตามด้วยการอ่านจับรายละเอียดเฉพาะจุด 1,142 ข้อ ส่วนบริบทเนื้อหาที่พบบ่อยสามอันดับแรกคือ งานบุคคล (HR) อีเมล และการเงิน ข้อสรุปเชิงปฏิบัติ: เริ่มจากกริยาธุรกิจในบริบทอีเมลและ HR ก่อน โดยใช้การทบทวนแบบเว้นระยะ (เทคนิคจำศัพท์ของเรา) และดูบทวิเคราะห์คลังฉบับเต็มได้ที่รายงานสถิติการอ่าน

ลองทำชุดทดสอบคละหมวด 5 ข้อฟรีที่ eng-test.com ได้ทันทีโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก — ความแม่นยำจากการฝึกเป็นตัวประเมินความพร้อมตามช่วงคะแนนเหล่านี้ ไม่ใช่การพยากรณ์คะแนนสอบจริงอย่างเป็นทางการ

ต้องใช้เวลาเท่าไหร่เพื่อเพิ่ม 100 คะแนน

คำตอบตรงไปตรงมา: ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้น และใครก็ตามที่สัญญาว่า "+100 ใน 2 สัปดาห์" กำลังขายของ ค่าประมาณจากงานวิจัยด้านการทดสอบภาษาและข้อมูลวงการติวมักอยู่ที่ราว 100–300 ชั่วโมงของการเรียนต่อการเพิ่ม 100 คะแนน — เร็วกว่านั้นถ้าฐานคะแนนยังต่ำ (ยังมีคะแนนง่าย ๆ ให้เก็บ) และช้าลงเมื่อเกิน 800 ตัวเลขวางแผนที่ใช้การได้สำหรับผู้เรียนระดับกลางคือประมาณ 200 ชั่วโมง หรือราว 3–4 เดือนของการเรียนสม่ำเสมอทุกวัน

การเรียนแบบไมโคร (micro-learning) ทำให้ชั่วโมงเหล่านี้เบากว่าที่ฟังดู หนึ่งเซสชัน 5 ข้อใช้เวลา 3–5 นาที วันละ 3 เซสชันคือ 9–15 นาที ซึ่งทบเป็นการฝึกทำข้อสอบล้วน ๆ 6–7 ชั่วโมงต่อเดือน ยังไม่รวมการอ่านเฉลยและชุดจับเวลารายสัปดาห์ จังหวะรายสัปดาห์แบบง่าย ๆ มีดังนี้

  1. จันทร์–ศุกร์: วันละ 3 เซสชันสั้น — คำศัพท์ 1 ชุด ไวยากรณ์หรือ Incomplete Sentences 1 ชุด และแบบอิงบทอ่าน 1 ชุด — อ่านเฉลยทุกข้อ รวมถึงข้อที่ตอบถูก
  2. เสาร์: ทำชุดจับเวลา 1 รอบตามจังหวะสอบจริง (เฉลี่ยข้อละ 45 วินาที) เพื่อฝึกนาฬิกา ไม่ใช่แค่เนื้อหา
  3. อาทิตย์: ทบทวนข้อผิดของทั้งสัปดาห์แยกตามหมวด แล้วทำโจทย์ประเภทที่พลาดซ้ำอีกครั้ง

เลือกขั้นบันไดของคุณ เช็กตัวเลขที่องค์กรเป้าหมายต้องการจากประกาศจริง แล้วฝึกข้อระดับกลางจนรู้สึกว่าง่าย — คะแนนจะตามมาเอง

เลือกหัวข้อฝึกเฉพาะจุดต่อจากบทความนี้

เลือกเรื่องที่ตรงกับข้อผิดพลาดของคุณเพื่อฝึกให้เจาะจง คู่มือด้านล่างมีตัวอย่างที่แต่งใหม่และแบบฝึกหัดพร้อมเหตุผล

คำถามที่พบบ่อย

คะแนน TOEIC 600 อยู่ระดับไหน ถือว่าดีไหม?

TOEIC 600 แบบคะแนนสมดุลเทียบได้กับระดับ B1 ทั้งการฟังและการอ่านตามเกณฑ์ทางการของ ETS ถือว่าดีสำหรับการสมัครงานส่วนใหญ่ในไทย เพราะผ่านเกณฑ์ลูกเรือการบินไทยที่ประกาศไว้ และสูงกว่าค่าเฉลี่ยผู้สอบชาวไทยที่ 546 คะแนน อยู่ราว 54 คะแนน แต่ถ้าเล็งบริษัทข้ามชาติหรือตำแหน่งระดับภูมิภาค ควรตั้งเป้า 700 ขึ้นไปครับ

TOEIC 785 เทียบ CEFR ได้ระดับอะไร?

ตามเอกสารเทียบระดับทางการของ ETS ระดับ B2 ต้องได้ Listening อย่างน้อย 400 และ Reading อย่างน้อย 385 ซึ่งรวมกันคือ 785 พอดี ดังนั้น 785 ที่แบ่งสัดส่วนถูกต้องคือหลักฐานระดับ B2 ทั้งสองทักษะ ส่วน C1 ต้องได้ Listening 490 และ Reading 455 ขึ้นไปครับ

คะแนนเฉลี่ย TOEIC ของคนไทยเท่าไหร่?

ตามรายงาน ETS 2024 Report on Test Takers Worldwide ค่าเฉลี่ยของผู้สอบชาวไทยคือ 546 คะแนน แบ่งเป็น Listening 316 และ Reading 230 จุดที่น่าสนใจคือคะแนนอ่านต่ำกว่าคะแนนฟังถึง 86 คะแนน พาร์ตการอ่านจึงเป็นจุดที่คนไทยมีพื้นที่ทำคะแนนเพิ่มได้มากที่สุดครับ

คะแนน TOEIC มีอายุกี่ปี?

ผลคะแนน TOEIC มีอายุ 2 ปีนับจากวันสอบตามนโยบายของ ETS และนายจ้างใช้เกณฑ์นี้อย่างเคร่งครัด เช่น การบินไทยกำหนดชัดเจนว่าคะแนนต้องได้มาภายใน 2 ปีนับถึงวันสมัคร จึงควรวางแผนวันสอบให้สอดคล้องกับช่วงที่จะยื่นสมัครงานจริงครับ

คะแนน Reading คิดเป็นสัดส่วนเท่าไรของคะแนน TOEIC รวม?

ครึ่งหนึ่งพอดีครับ Listening กับ Reading คิดคะแนนแยกกันพาร์ตละ 5-495 รวมเป็น 10-990 และตามรายงาน ETS ปี 2024 ผู้สอบชาวไทยได้ Listening เฉลี่ย 316 แต่ Reading เพียง 230 พาร์ตการอ่านจึงเป็นจุดที่คนไทยเสียคะแนนมากที่สุด

สมัครแอร์โฮสเตส/สจ๊วตต้องใช้ TOEIC กี่คะแนน?

การบินไทยประกาศเกณฑ์ทางการไว้ที่ TOEIC ขั้นต่ำ 600 คะแนน (หรือ IELTS 5.5) โดยต้องสอบภายใน 2 ปีนับถึงวันสมัคร และสายการบินอื่นในไทยหลายแห่งก็ใช้เกณฑ์ราว 600 ขึ้นไปเช่นกัน ทั้งนี้แต่ละรอบรับสมัครอาจปรับเกณฑ์ได้ ควรตรวจสอบประกาศฉบับจริงทุกครั้งครับ

ฝึก 3 เดือนเพิ่มคะแนนได้ประมาณกี่คะแนน?

หากเรียนสม่ำเสมอวันละราว 1.5–2 ชั่วโมง การเพิ่ม 50–150 คะแนนใน 3 เดือนถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ทำได้จริง โดยฐานคะแนนยิ่งต่ำยิ่งเพิ่มได้เร็ว ค่าประมาณที่อ้างอิงกันบ่อยคือราว 100–300 ชั่วโมงต่อการเพิ่ม 100 คะแนน จึงควรตั้งความคาดหวังตามจำนวนชั่วโมงที่ทำได้จริงครับ

eng-test.com เกี่ยวข้องกับ ETS หรือข้อสอบ TOEIC อย่างเป็นทางการไหม?

ไม่เกี่ยวข้องครับ eng-test.com เป็นแพลตฟอร์มฝึกทำข้อสอบอิสระ ไม่ได้อยู่ในสังกัดหรือได้รับการรับรองจาก ETS โดย TOEIC เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ ETS ข้อมูลทางการทั้งหมด เช่น ค่าสอบ การสมัคร และผลคะแนน ควรตรวจสอบกับ ETS หรือศูนย์สอบอย่างเป็นทางการ ข้อสอบของเราเป็นข้อสอบแนว TOEIC ที่แต่งขึ้นใหม่ทั้งหมด และผลฝึกเป็นตัวประเมินความพร้อม ไม่ใช่การพยากรณ์คะแนนจริงครับ

เอาไปฝึกกับข้อสอบแนว TOEIC จริง

eng-test.com คือเว็บฝึกข้อสอบแนว TOEIC Reading ฟรี รอบละ 5 ข้อ พร้อมเฉลยและคำอธิบาย ลองเอาสิ่งที่เพิ่งอ่านไปฝึกต่อได้เลย