ENไทย
readwise — TOEIC-style Reading Practice

Future Tense ภาษาอังกฤษ: will, going to และอีก 4 วิธีพูดถึงอนาคต

กองบรรณาธิการ eng-test.com7 นาทีในการอ่าน

ทุกรูปอนาคตวางเหตุการณ์ไว้ที่จุดเวลาเดียวกัน สิ่งที่ทำให้ต่างกันคือเหตุผลที่คุณเชื่อว่ามันจะเกิด ถ้าตัดสินใจตอนพูดใช้ will ถ้าตั้งใจไว้ก่อนแล้วใช้ be going to ถ้าเป็นนัดที่ตกลงกันไว้ใช้ Present Continuous และถ้าเป็นตารางเวลาที่ประกาศไว้ใช้ Present Simple เลือกจากหลักฐาน ไม่ใช่จากวันที่

คำตอบสั้นที่สุด

ภาษาอังกฤษมีหลายวิธีพูดถึงอนาคตจุดเดียวกัน และไวยากรณ์ไม่ได้เป็นคนเลือกให้ แต่เหตุผลที่คุณพูดต่างหากที่เลือก ให้ถามว่าเบื้องหลังประโยคคืออะไร เป็นการตัดสินใจเดี๋ยวนี้ เป็นแผนที่มีอยู่ก่อนแล้ว เป็นนัดในปฏิทิน เป็นตารางที่คนอื่นประกาศไว้ หรือเป็นหลักฐานที่เห็นอยู่ตรงหน้า

  • I'll send it this afternoon. — ตัดสินใจตอนที่พูด
  • I'm going to send it this afternoon. — ตั้งใจไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
  • I'm sending it at four. — นัดไว้แล้ว มักมีคนอื่นเกี่ยวข้อง
  • The report goes out at four. — เป็นตารางที่กำหนดไว้

ทั้งสี่ประโยคชี้ไปที่บ่ายวันเดียวกัน ไม่มีอันไหนอนาคตกว่าอันไหน เพราะฉะนั้นการพยายามเรียงลำดับตามเวลาจะไม่มีวันได้คำตอบ

ตารางรวม 6 รูป

รูปใช้เมื่อตัวอย่าง
will + กริยาช่อง 1ตัดสินใจตอนพูด ทำนายจากความคิดเห็น สัญญา เสนอตัวI will call the supplier.
be going to + กริยาช่อง 1ตั้งใจไว้ก่อนพูด หรือมีหลักฐานให้เห็นตอนนี้We are going to open a second branch.
Present Continuousนัดหมายที่ตกลงไว้แล้ว มักมีคนอื่นเกี่ยวข้องI am meeting the auditors on Thursday.
Present Simpleตารางเวลาหรือกำหนดการที่ประกาศไว้The flight leaves at 7:15.
Future Continuous (will be + V-ing)เหตุการณ์กำลังดำเนินอยู่ ณ จุดเวลาในอนาคตAt ten tomorrow I will be presenting.
Future Perfect (will have + กริยาช่อง 3)เสร็จก่อนจุดเวลาในอนาคต มักมีคำว่า byBy March we will have completed the audit.

มีอีกสองรูปที่ควรรู้เพราะเจอบ่อยในภาษาธุรกิจ คือ be about to สำหรับสิ่งที่กำลังจะเกิดในอีกไม่กี่นาที และ be due to สำหรับสิ่งที่มีกำหนดไว้ ส่วนภาพรวมว่าทุกรูปอยู่ตรงไหนในระบบ อ่านที่สรุป Tense ทั้ง 12 แบบ พร้อมตารางและโครงสร้าง

will กับ going to: คู่ที่ทำให้ผิดจริง

สองรูปนี้ใช้ทำนายได้ทั้งคู่ ความซ้อนทับตรงนี้ทำให้คนคิดว่าใช้แทนกันได้ ซึ่งไม่ใช่ ความต่างอยู่ที่คำทำนายนั้นมาจากไหน

  • มีหลักฐานชี้ให้เห็นได้ตอนนี้ ใช้ be going to เช่น Look at these figures — we are going to miss the target.
  • เป็นความคิดเห็นหรือความเชื่อ ไม่มีหลักฐาน ใช้ will เช่น I think we will miss the target.
  • ตัดสินใจไว้ก่อนบทสนทนานี้ ใช้ be going to เช่น We are going to hire two more analysts.
  • ตัดสินใจระหว่างบทสนทนานี้ ใช้ will เช่น Fine, I will hire two more analysts.

วิธีทดสอบคู่หลังแบบเร็ว ๆ ถ้าเติมหน้าประโยคว่า คิดมาแล้วว่า แล้วฟังเข้าท่า ให้ใช้ be going to แต่ถ้าเติมว่า งั้นก็ แล้วฟังเข้าท่า ให้ใช้ will

นัดหมายกับตารางเวลา

Present Continuous กับ Present Simple ใช้พูดถึงอนาคตได้ทั้งคู่ และเส้นแบ่งชัดเจนกว่าที่คิด Present Continuous ใช้กับนัดที่คนนัดไว้ ส่วน Present Simple ใช้กับตารางที่องค์กรประกาศ

  • I am seeing the client on Monday. — อยู่ในปฏิทินผม ตกลงกับลูกค้าแล้ว
  • The training starts on Monday. — เป็นตารางของบริษัท ไม่ใช่ของผม
  • We are launching in April. — ทีมนัดกันไว้
  • The conference opens in April. — ผู้จัดเป็นคนกำหนดวัน

ถ้าหยิบตารางเวลา ป้ายบอกเที่ยวบิน กำหนดการ หรือสูจิบัตรมายืนยันได้ ให้ใช้ Present Simple แต่ถ้าหลักฐานคือปฏิทินส่วนตัวหรืออีเมลที่คุยกันไว้ ให้ใช้ Present Continuous

Future Continuous กับ Future Perfect

สองรูปนี้ตอบคนละคำถามเกี่ยวกับจุดเวลาในอนาคต Future Continuous บอกว่าตอนนั้นกำลังทำอยู่ ส่วน Future Perfect บอกว่าตอนนั้นทำเสร็จไปแล้ว

  • At nine tomorrow I will be reviewing the contract. — เก้าโมงกำลังอ่านอยู่
  • By nine tomorrow I will have reviewed the contract. — อ่านเสร็จก่อนเก้าโมง
  • By June the system will have been running for two years. — Future Perfect Continuous ใช้วัดระยะเวลาที่ลากมาถึงจุดในอนาคต

คำว่า by คือสัญญาณที่แรงที่สุดในกลุ่มนี้ ถ้า by ตามด้วยจุดเวลาในอนาคต แทบจะเรียกหา Future Perfect เสมอ แบบเดียวกับที่ since เรียกหา Present Perfect ซึ่งอธิบายไว้ในPresent Perfect กับ Past Simple ต่างกันตรงไหน

ทำไม when I will arrive ถึงผิด

หลังคำว่า when, as soon as, until, before, after, once และ by the time ภาษาอังกฤษใช้รูปปัจจุบันแม้จะสื่อความหมายอนาคต ประโยคหลักยังใช้ will ได้ แต่ใน time clause ห้ามใช้

  • I will call you when I arrive. — ไม่ใช่ when I will arrive
  • We will ship it as soon as the payment clears. — ไม่ใช่ will clear
  • Wait here until the technician finishes. — ไม่ใช่ will finish
  • By the time the audit starts, we will have filed everything. — time clause เป็นปัจจุบัน ประโยคหลักเป็น Future Perfect

กฎนี้เป็นกลไกตายตัว จึงออกข้อสอบง่าย และเป็นเหตุผลที่โจทย์เติมประโยคชอบเรื่องนี้มาก อ้างอิงจาก British Council เรื่องการพูดถึงอนาคต

กฎนี้ใช้เฉพาะตอนที่ clause นั้นพูดถึงเวลา ถ้า when เป็นตัวขึ้นคำถาม เช่น I don't know when he will arrive ตรงนั้นยังใช้ will ได้ เพราะ clause นั้นรายงานคำถาม ไม่ได้กำหนดเวลา

โจทย์ฝึก 6 ข้อ

  1. The flight ___ (leave) at 7:15 tomorrow. → **leaves** เพราะตารางเวลาใช้ Present Simple
  2. I'm sure the client ___ (like) the new design. → **will like** เพราะเป็นความคิดเห็น ไม่มีหลักฐาน
  3. Look at these figures — we ___ (miss) the target. → **are going to miss** เพราะมีหลักฐานอยู่ตรงหน้า
  4. I ___ (meet) the auditors at ten on Thursday; it is in my calendar. → **am meeting** เพราะเป็นนัดที่ตกลงไว้
  5. By the end of March the team ___ (complete) all three audits. → **will have completed** เพราะ by ตามด้วยจุดเวลาอนาคต
  6. Please call me as soon as the shipment ___ (arrive). → **arrives** เพราะเป็น time clause ห้ามใช้ will

ถ้าพลาดข้อ 6 กฎข้อเดียวนั้นมีค่ามากกว่าทั้งหน้ารวมกัน เพราะเป็นข้อเดียวในนี้ที่แม้แต่เจ้าของภาษาก็เขียนผิดเวลารีบ

เรื่องนี้ออกสอบ TOEIC ตรงไหน

โจทย์เติมประโยคจะซ่อนคำตัดสินไว้ที่อื่นที่ไม่ใช่ช่องว่าง อาจเป็นคำว่า by เป็น as soon as เป็น this afternoon หรือเป็นประโยคที่พูดถึงตารางเวลา ให้หาคำนั้นก่อนแล้วค่อยอ่านตัวเลือก

การกวาดสายตาแบบเดียวกันใช้กับโจทย์ข้างเคียงได้ด้วย อ่านต่อที่รูปกริยาและคำที่เป็นตัวตัดสิน และเทคนิคทำ TOEIC Part 5

คำถามที่พบบ่อย

will ใช้พูดถึงแผนที่วางไว้แล้วได้ไหม

ไม่ถึงกับผิด แต่จะฟังเหมือนเพิ่งตัดสินใจตอนพูด ถ้าเป็นแผนที่มีอยู่ก่อนแล้วควรใช้ be going to หรือ Present Continuous เช่น I will book the room คือเสนอจะทำให้ตอนนี้ ส่วน I am booking the room คือจัดการไว้แล้ว

ทำไม when I will arrive ถึงผิด

เพราะ time clause ที่ขึ้นต้นด้วย when, as soon as, until, before หรือ after ต้องใช้รูปปัจจุบันแม้จะหมายถึงอนาคต ความหมายอนาคตถูกแบกไว้โดยประโยคหลักแทน เช่น I will call you when I arrive

Present Simple ใช้พูดถึงอนาคตได้จริงหรือ

ได้ ใช้กับตารางเวลาและกำหนดการที่ประกาศไว้ เช่น The flight leaves at 7:15 หรือ The course starts in May จุดต่างจาก Present Continuous คือมันเป็นตารางขององค์กร ไม่ใช่แผนของผู้พูด

be going to กับ be about to ต่างกันอย่างไร

be about to แปลว่ากำลังจะเกิดในอีกไม่กี่วินาทีหรือไม่กี่นาที และไม่ใช้คู่กับคำบอกเวลา เช่น The meeting is about to start ส่วน be going to ใช้ได้กับอนาคตทุกระยะ และใช้คู่กับคำบอกเวลาได้ เช่น We are going to review it next quarter

คำว่า shall ยังใช้พูดถึงอนาคตอยู่ไหม

แทบไม่ใช้เป็นอนาคตธรรมดาแล้วในภาษาธุรกิจปัจจุบัน เพราะ will เข้ามาแทน ที่ยังเหลืออยู่คือการเสนอและชวนกับ I และ we เช่น Shall I send the draft? กับในเอกสารสัญญาและกฎหมาย ซึ่ง shall สื่อถึงข้อผูกพัน ไม่ใช่การทำนาย

I will be working ต่างจาก I will work ตรงไหน

มันบอกว่า ณ เวลานั้นกำลังทำอยู่แล้ว ไม่ใช่เพิ่งเริ่ม ประโยค At ten I will be working on the budget วางคุณไว้กลางงานตอนสิบโมง ส่วน At ten I will work on the budget ฟังเหมือนสิบโมงคือเวลาที่เพิ่งเริ่มทำ

เอาไปฝึกกับข้อสอบแนว TOEIC จริง

eng-test.com คือเว็บฝึกข้อสอบแนว TOEIC Reading ฟรี รอบละ 5 ข้อ พร้อมเฉลยและคำอธิบาย ลองเอาสิ่งที่เพิ่งอ่านไปฝึกต่อได้เลย