Future Tense ภาษาอังกฤษ: will, going to และอีก 4 วิธีพูดถึงอนาคต
ทุกรูปอนาคตวางเหตุการณ์ไว้ที่จุดเวลาเดียวกัน สิ่งที่ทำให้ต่างกันคือเหตุผลที่คุณเชื่อว่ามันจะเกิด ถ้าตัดสินใจตอนพูดใช้ will ถ้าตั้งใจไว้ก่อนแล้วใช้ be going to ถ้าเป็นนัดที่ตกลงกันไว้ใช้ Present Continuous และถ้าเป็นตารางเวลาที่ประกาศไว้ใช้ Present Simple เลือกจากหลักฐาน ไม่ใช่จากวันที่
คำตอบสั้นที่สุด
ภาษาอังกฤษมีหลายวิธีพูดถึงอนาคตจุดเดียวกัน และไวยากรณ์ไม่ได้เป็นคนเลือกให้ แต่เหตุผลที่คุณพูดต่างหากที่เลือก ให้ถามว่าเบื้องหลังประโยคคืออะไร เป็นการตัดสินใจเดี๋ยวนี้ เป็นแผนที่มีอยู่ก่อนแล้ว เป็นนัดในปฏิทิน เป็นตารางที่คนอื่นประกาศไว้ หรือเป็นหลักฐานที่เห็นอยู่ตรงหน้า
- I'll send it this afternoon. — ตัดสินใจตอนที่พูด
- I'm going to send it this afternoon. — ตั้งใจไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
- I'm sending it at four. — นัดไว้แล้ว มักมีคนอื่นเกี่ยวข้อง
- The report goes out at four. — เป็นตารางที่กำหนดไว้
ทั้งสี่ประโยคชี้ไปที่บ่ายวันเดียวกัน ไม่มีอันไหนอนาคตกว่าอันไหน เพราะฉะนั้นการพยายามเรียงลำดับตามเวลาจะไม่มีวันได้คำตอบ
ตารางรวม 6 รูป
| รูป | ใช้เมื่อ | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| will + กริยาช่อง 1 | ตัดสินใจตอนพูด ทำนายจากความคิดเห็น สัญญา เสนอตัว | I will call the supplier. |
| be going to + กริยาช่อง 1 | ตั้งใจไว้ก่อนพูด หรือมีหลักฐานให้เห็นตอนนี้ | We are going to open a second branch. |
| Present Continuous | นัดหมายที่ตกลงไว้แล้ว มักมีคนอื่นเกี่ยวข้อง | I am meeting the auditors on Thursday. |
| Present Simple | ตารางเวลาหรือกำหนดการที่ประกาศไว้ | The flight leaves at 7:15. |
| Future Continuous (will be + V-ing) | เหตุการณ์กำลังดำเนินอยู่ ณ จุดเวลาในอนาคต | At ten tomorrow I will be presenting. |
| Future Perfect (will have + กริยาช่อง 3) | เสร็จก่อนจุดเวลาในอนาคต มักมีคำว่า by | By March we will have completed the audit. |
มีอีกสองรูปที่ควรรู้เพราะเจอบ่อยในภาษาธุรกิจ คือ be about to สำหรับสิ่งที่กำลังจะเกิดในอีกไม่กี่นาที และ be due to สำหรับสิ่งที่มีกำหนดไว้ ส่วนภาพรวมว่าทุกรูปอยู่ตรงไหนในระบบ อ่านที่สรุป Tense ทั้ง 12 แบบ พร้อมตารางและโครงสร้าง
will กับ going to: คู่ที่ทำให้ผิดจริง
สองรูปนี้ใช้ทำนายได้ทั้งคู่ ความซ้อนทับตรงนี้ทำให้คนคิดว่าใช้แทนกันได้ ซึ่งไม่ใช่ ความต่างอยู่ที่คำทำนายนั้นมาจากไหน
- มีหลักฐานชี้ให้เห็นได้ตอนนี้ ใช้ be going to เช่น Look at these figures — we are going to miss the target.
- เป็นความคิดเห็นหรือความเชื่อ ไม่มีหลักฐาน ใช้ will เช่น I think we will miss the target.
- ตัดสินใจไว้ก่อนบทสนทนานี้ ใช้ be going to เช่น We are going to hire two more analysts.
- ตัดสินใจระหว่างบทสนทนานี้ ใช้ will เช่น Fine, I will hire two more analysts.
วิธีทดสอบคู่หลังแบบเร็ว ๆ ถ้าเติมหน้าประโยคว่า คิดมาแล้วว่า แล้วฟังเข้าท่า ให้ใช้ be going to แต่ถ้าเติมว่า งั้นก็ แล้วฟังเข้าท่า ให้ใช้ will
นัดหมายกับตารางเวลา
Present Continuous กับ Present Simple ใช้พูดถึงอนาคตได้ทั้งคู่ และเส้นแบ่งชัดเจนกว่าที่คิด Present Continuous ใช้กับนัดที่คนนัดไว้ ส่วน Present Simple ใช้กับตารางที่องค์กรประกาศ
- I am seeing the client on Monday. — อยู่ในปฏิทินผม ตกลงกับลูกค้าแล้ว
- The training starts on Monday. — เป็นตารางของบริษัท ไม่ใช่ของผม
- We are launching in April. — ทีมนัดกันไว้
- The conference opens in April. — ผู้จัดเป็นคนกำหนดวัน
ถ้าหยิบตารางเวลา ป้ายบอกเที่ยวบิน กำหนดการ หรือสูจิบัตรมายืนยันได้ ให้ใช้ Present Simple แต่ถ้าหลักฐานคือปฏิทินส่วนตัวหรืออีเมลที่คุยกันไว้ ให้ใช้ Present Continuous
Future Continuous กับ Future Perfect
สองรูปนี้ตอบคนละคำถามเกี่ยวกับจุดเวลาในอนาคต Future Continuous บอกว่าตอนนั้นกำลังทำอยู่ ส่วน Future Perfect บอกว่าตอนนั้นทำเสร็จไปแล้ว
- At nine tomorrow I will be reviewing the contract. — เก้าโมงกำลังอ่านอยู่
- By nine tomorrow I will have reviewed the contract. — อ่านเสร็จก่อนเก้าโมง
- By June the system will have been running for two years. — Future Perfect Continuous ใช้วัดระยะเวลาที่ลากมาถึงจุดในอนาคต
คำว่า by คือสัญญาณที่แรงที่สุดในกลุ่มนี้ ถ้า by ตามด้วยจุดเวลาในอนาคต แทบจะเรียกหา Future Perfect เสมอ แบบเดียวกับที่ since เรียกหา Present Perfect ซึ่งอธิบายไว้ในPresent Perfect กับ Past Simple ต่างกันตรงไหน
ทำไม when I will arrive ถึงผิด
หลังคำว่า when, as soon as, until, before, after, once และ by the time ภาษาอังกฤษใช้รูปปัจจุบันแม้จะสื่อความหมายอนาคต ประโยคหลักยังใช้ will ได้ แต่ใน time clause ห้ามใช้
- I will call you when I arrive. — ไม่ใช่ when I will arrive
- We will ship it as soon as the payment clears. — ไม่ใช่ will clear
- Wait here until the technician finishes. — ไม่ใช่ will finish
- By the time the audit starts, we will have filed everything. — time clause เป็นปัจจุบัน ประโยคหลักเป็น Future Perfect
กฎนี้เป็นกลไกตายตัว จึงออกข้อสอบง่าย และเป็นเหตุผลที่โจทย์เติมประโยคชอบเรื่องนี้มาก อ้างอิงจาก British Council เรื่องการพูดถึงอนาคต
กฎนี้ใช้เฉพาะตอนที่ clause นั้นพูดถึงเวลา ถ้า when เป็นตัวขึ้นคำถาม เช่น I don't know when he will arrive ตรงนั้นยังใช้ will ได้ เพราะ clause นั้นรายงานคำถาม ไม่ได้กำหนดเวลา
โจทย์ฝึก 6 ข้อ
- The flight ___ (leave) at 7:15 tomorrow. → **leaves** เพราะตารางเวลาใช้ Present Simple
- I'm sure the client ___ (like) the new design. → **will like** เพราะเป็นความคิดเห็น ไม่มีหลักฐาน
- Look at these figures — we ___ (miss) the target. → **are going to miss** เพราะมีหลักฐานอยู่ตรงหน้า
- I ___ (meet) the auditors at ten on Thursday; it is in my calendar. → **am meeting** เพราะเป็นนัดที่ตกลงไว้
- By the end of March the team ___ (complete) all three audits. → **will have completed** เพราะ by ตามด้วยจุดเวลาอนาคต
- Please call me as soon as the shipment ___ (arrive). → **arrives** เพราะเป็น time clause ห้ามใช้ will
ถ้าพลาดข้อ 6 กฎข้อเดียวนั้นมีค่ามากกว่าทั้งหน้ารวมกัน เพราะเป็นข้อเดียวในนี้ที่แม้แต่เจ้าของภาษาก็เขียนผิดเวลารีบ
เรื่องนี้ออกสอบ TOEIC ตรงไหน
โจทย์เติมประโยคจะซ่อนคำตัดสินไว้ที่อื่นที่ไม่ใช่ช่องว่าง อาจเป็นคำว่า by เป็น as soon as เป็น this afternoon หรือเป็นประโยคที่พูดถึงตารางเวลา ให้หาคำนั้นก่อนแล้วค่อยอ่านตัวเลือก
การกวาดสายตาแบบเดียวกันใช้กับโจทย์ข้างเคียงได้ด้วย อ่านต่อที่รูปกริยาและคำที่เป็นตัวตัดสิน และเทคนิคทำ TOEIC Part 5
คำถามที่พบบ่อย
will ใช้พูดถึงแผนที่วางไว้แล้วได้ไหม
- ไม่ถึงกับผิด แต่จะฟังเหมือนเพิ่งตัดสินใจตอนพูด ถ้าเป็นแผนที่มีอยู่ก่อนแล้วควรใช้ be going to หรือ Present Continuous เช่น I will book the room คือเสนอจะทำให้ตอนนี้ ส่วน I am booking the room คือจัดการไว้แล้ว
ทำไม when I will arrive ถึงผิด
- เพราะ time clause ที่ขึ้นต้นด้วย when, as soon as, until, before หรือ after ต้องใช้รูปปัจจุบันแม้จะหมายถึงอนาคต ความหมายอนาคตถูกแบกไว้โดยประโยคหลักแทน เช่น I will call you when I arrive
Present Simple ใช้พูดถึงอนาคตได้จริงหรือ
- ได้ ใช้กับตารางเวลาและกำหนดการที่ประกาศไว้ เช่น The flight leaves at 7:15 หรือ The course starts in May จุดต่างจาก Present Continuous คือมันเป็นตารางขององค์กร ไม่ใช่แผนของผู้พูด
be going to กับ be about to ต่างกันอย่างไร
- be about to แปลว่ากำลังจะเกิดในอีกไม่กี่วินาทีหรือไม่กี่นาที และไม่ใช้คู่กับคำบอกเวลา เช่น The meeting is about to start ส่วน be going to ใช้ได้กับอนาคตทุกระยะ และใช้คู่กับคำบอกเวลาได้ เช่น We are going to review it next quarter
คำว่า shall ยังใช้พูดถึงอนาคตอยู่ไหม
- แทบไม่ใช้เป็นอนาคตธรรมดาแล้วในภาษาธุรกิจปัจจุบัน เพราะ will เข้ามาแทน ที่ยังเหลืออยู่คือการเสนอและชวนกับ I และ we เช่น Shall I send the draft? กับในเอกสารสัญญาและกฎหมาย ซึ่ง shall สื่อถึงข้อผูกพัน ไม่ใช่การทำนาย
I will be working ต่างจาก I will work ตรงไหน
- มันบอกว่า ณ เวลานั้นกำลังทำอยู่แล้ว ไม่ใช่เพิ่งเริ่ม ประโยค At ten I will be working on the budget วางคุณไว้กลางงานตอนสิบโมง ส่วน At ten I will work on the budget ฟังเหมือนสิบโมงคือเวลาที่เพิ่งเริ่มทำ