แบบฝึกหัด Tense ภาษาอังกฤษ 24 ข้อ พร้อมเฉลยและเหตุผลทุกข้อ
แบ่งเป็นสี่ชุด ชุดละหกข้อ ออกแบบให้ทุกข้อตัดสินด้วยสัญญาณที่มองเห็นได้จริงในประโยค ไม่ว่าจะเป็นคำบอกเวลา คำเชื่อม หรือกริยาบอกสภาพ ทำทีละชุด อ่านเหตุผลไม่ใช่แค่ดูเฉลย แล้วใช้ตารางวินิจฉัยเลือกว่าควรไปอ่านเรื่องไหนต่อ
วิธีใช้แบบฝึกหัดชุดนี้
ทำทีละชุดหกข้อ แล้วอ่านเหตุผลข้างท้ายทุกข้อ รวมถึงข้อที่ตอบถูกด้วย เพราะการเดาถูกกับการรู้ว่าทำไมถูกเป็นคนละทักษะ และมีแค่อย่างหลังที่ติดตัวไปถึงห้องสอบ
- ปิดลูกศรและข้อความหลังลูกศรก่อนตอบ
- เขียนรูปกริยาเต็ม ไม่ใช่ชื่อ tense คำว่า Present Perfect ไม่ใช่คำตอบ แต่ have not received คือคำตอบ
- ถ้าพลาดตั้งแต่สองข้อขึ้นไปในชุดเดียว ให้หยุดไปอ่านหน้าที่ระบุในตารางวินิจฉัยก่อนทำต่อ
ทุกข้อด้านล่างตัดสินด้วยสิ่งที่ชี้ได้จริงในประโยค ถ้าพบว่าตัวเองกำลังเลือกด้วยความรู้สึก แปลว่าพลาดสัญญาณไป ให้กลับไปหาให้เจอก่อนดูเฉลย
ชุด A — รูปปัจจุบัน
- The finance team ___ (review) the budget every quarter. → **reviews** เพราะ every quarter บอกว่าเป็นกิจวัตร
- Please call back later; the manager ___ (meet) a client right now. → **is meeting** เพราะ right now บอกว่ากำลังทำอยู่
- We ___ (not receive) the signed contract yet. → **have not received** เพราะ yet รายงานช่องว่าง ณ ปัจจุบัน
- She ___ (wait) for the supplier's reply since Tuesday. → **has been waiting** เพราะ since คู่กับกิจกรรมที่ยังดำเนินอยู่
- The warehouse ___ (contain) over four thousand items. → **contains** เพราะ contain เป็นกริยาบอกสภาพ ใช้รูป continuous ไม่ได้
- How long ___ the system ___ (be) offline? → **has the system been** เพราะ be เป็นกริยาบอกสภาพ จึงใช้ perfect ธรรมดาไม่ใช่ continuous
ชุด B — รูปอดีต
- While the auditors ___ (check) the ledgers, we prepared the summary. → **were checking** เพราะเป็นกิจกรรมฉากหลัง
- By the time the courier arrived, we ___ (seal) the documents. → **had sealed** เพราะเกิดก่อนจุดที่เรื่องมาถึง
- The committee ___ (meet) three times before it reached a decision. → **had met** เพราะนับเหตุการณ์ที่จบแล้วก่อนจุดในอดีต
- We ___ (hold) the review every Friday, but we stopped last year. → **used to hold** เพราะเป็นกิจวัตรในอดีตที่เลิกแล้ว
- I ___ (not know) about the price change until this morning. → **did not know** เพราะ know เป็นกริยาบอกสภาพ
- The negotiation ___ (last) four hours and ended without agreement. → **lasted** เพราะเป็นเวลาที่จบแล้ว ใช้ Past Simple ธรรมดา
ชุด C — รูปอนาคต
- The flight ___ (depart) at 6:40 tomorrow. → **departs** เพราะตารางเวลาใช้ Present Simple
- Look at the backlog — we ___ (miss) the deadline. → **are going to miss** เพราะมีหลักฐานให้ชี้ได้
- I ___ (see) the regional director at nine on Monday; it is in my diary. → **am seeing** เพราะเป็นนัดที่ตกลงไว้แล้ว
- By December the branch ___ (operate) for a full year. → **will have been operating** เพราะวัดระยะเวลาถึงจุดในอนาคต
- Please notify us as soon as the goods ___ (clear) customs. → **clear** เพราะเป็น time clause ห้ามใช้ will
- Fine — I ___ (call) the supplier myself. → **will call** เพราะตัดสินใจตอนที่พูด
ชุด D — เปรียบเทียบข้ามกาล
- The firm ___ (open) its Chiang Mai office in 2021. → **opened** เพราะ in 2021 เป็นเวลาที่ปิดแล้ว
- The firm ___ (open) three offices since 2021. → **has opened** เพราะ since ลากมาถึงตอนนี้ ตัวเลขจึงยังเพิ่มได้
- At ten tomorrow I ___ (present) the forecast. → **will be presenting** เพราะกำลังทำอยู่ ณ จุดเวลาในอนาคต
- By ten tomorrow I ___ (finish) the forecast. → **will have finished** เพราะ by ตามด้วยจุดเวลาอนาคต
- When I ___ (arrive), I will send you the figures. → **arrive** เพราะเป็น time clause แม้ความหมายจะเป็นอนาคต
- She ___ (work) here for five years, and she still does. → **has worked** เพราะห้าปีนั้นลากมาถึงปัจจุบัน
ข้อ 1 กับข้อ 2 ใช้กริยาเดียวกันและบริษัทเดียวกัน ต่างกันแค่คำบอกเวลา ถ้าอธิบายคู่นี้ได้ ก็อธิบายข้อสอบส่วนใหญ่ที่สร้างบนความต่างนี้ได้
ตารางวินิจฉัย: พลาดชุดไหนอ่านอะไรต่อ
หาชุดที่ตอบพลาดแล้วไปอ่านหน้าที่ตรงกันก่อนทำแบบฝึกหัดเพิ่ม เพราะการฝึกกฎที่ยังไม่ได้อ่านก็คือการเดาซ้ำแบบเดิม
| ถ้าพลาดในชุด | แนวคิดที่เป็นตัวตัดสิน | ให้อ่าน |
|---|---|---|
| ชุด A | ช่วงเวลายังรวมปัจจุบันหรือไม่ และกริยาตัวไหนใช้ continuous ไม่ได้ | Present Perfect กับ Past Simple |
| ชุด B | รูปอดีตทั้งสี่เรียงลำดับเหตุการณ์กันอย่างไร | Past Tense ภาษาอังกฤษ |
| ชุด C | หลักฐานกับการนัดหมาย และกฎห้ามใช้ will ใน time clause | Future Tense ภาษาอังกฤษ |
| ชุด D | ทั้งระบบพร้อมกัน | สรุป Tense ทั้ง 12 แบบ |
- Present Perfect กับ Past Simple ต่างกันตรงไหน — ตารางคำบอกเวลา since กับ for และ already/yet/just
- Past Tense ภาษาอังกฤษ — Past Continuous เป็นฉากหลัง Past Perfect ที่ไม่ได้บังคับเสมอ และ used to กับ would
- Future Tense ภาษาอังกฤษ — will กับ going to นัดหมายกับตารางเวลา และกฎห้ามใช้ will หลัง when
- สรุป Tense ทั้ง 12 แบบ — ตารางเต็มและโครงสร้างของทุกรูปที่ใช้ด้านบน
สองรูปแบบที่ควรสังเกต
อย่างแรก เกือบทุกข้อถูกตัดสินด้วยคำที่ไม่ใช่ตัวกริยา เช่น every quarter, right now, yet, since, by the time, as soon as และ in 2021 การอ่านหาคำนั้นก่อนดูตัวเลือกคือนิสัยเดียวที่ขยับคะแนนได้จริง
อย่างที่สอง มีสามข้อที่ตัดสินด้วยกริยาบอกสภาพ คือ contain, be และ know ซึ่งใช้รูป continuous ไม่ได้ไม่ว่าสถานการณ์จะยาวแค่ไหน เรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงเรื่องคำศัพท์มากกว่าเป็นกฎ tense จึงยังดักคนที่รู้ tense ดีอยู่แล้วได้เรื่อย ๆ
ก้าวต่อไปคือโจทย์แบบข้อสอบ
โจทย์เติมคำที่ให้กริยามาในวงเล็บเหมาะกับการเรียนกฎ เพราะบังคับให้คุณผลิตรูปออกมาเอง ส่วนโจทย์ปรนัยเป็นคนละทักษะ เพราะตัวเลือกสี่ตัวมักเป็นรูปของกริยาตัวเดียวกัน งานจึงเป็นการตัดตัวเลือกไม่ใช่การผลิต
เมื่อทำชุดนี้ได้คล่องแล้ว ให้ขยับไปที่ตัวอย่างข้อสอบ TOEIC พร้อมเฉลย แล้วอ่านรูปกริยาและคำที่เป็นตัวตัดสิน เพื่อดูคำ trigger ที่วิ่งอยู่ทั่วโจทย์กริยาในข้อสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ถ้ามีเวลาแค่หนึ่งสัปดาห์ ควรฝึก tense ไหนก่อน
- ฝึก Present Perfect เทียบกับ Past Simple ก่อนครับ เพราะเป็นคู่ที่เจอบ่อยที่สุดในภาษาเขียนเชิงธุรกิจและเป็นคู่ที่เลือกผิดแล้วสังเกตเห็นชัดที่สุด อีกทั้งกฎเบื้องหลังคือเวลาที่จบแล้วกับเวลาที่ยังรวมปัจจุบัน ยังใช้ตัดสินรูปอื่นได้อีกหลายรูป
แบบฝึกหัดชุดนี้เหมือนโจทย์ TOEIC ไหม
- ไม่เหมือนครับ ชุดนี้เป็นโจทย์เติมคำที่ให้กริยามาในวงเล็บ ซึ่งบังคับให้คุณผลิตรูปเอง ส่วนโจทย์เติมประโยคของ TOEIC ให้ตัวเลือกสำเร็จรูปมาสี่ตัวแล้วให้ตัดออกสามตัว ควรฝึกผลิตให้ได้ก่อนแล้วค่อยไปปรนัย
ทำไมบางข้อตอบได้สอง tense
- เพราะประโยคนั้นไม่ได้บังคับให้เลือก เช่น Before the audit started, we filed everything กับ had filed everything ถูกทั้งคู่ เพราะ before บอกลำดับไว้แล้ว ข้อสอบจริงจะเลี่ยงด้วยการตัดคำเชื่อมที่ทำให้ชัดออกไป
ควรฝึกแบบผสมหรือทีละ tense
- ทีละ tense ตอนกำลังเรียนกฎ แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นแบบผสม เพราะชุด tense เดียวช่วยให้ลองใช้กฎที่เพิ่งอ่าน ส่วนชุดผสมเป็นวิธีเดียวที่ฝึกขั้นตอนที่ข้อสอบวัดจริง นั่นคือการสังเกตว่าข้อนี้ต้องใช้กฎไหน
แบบฝึกหัดชุดนี้ระดับไหน
- ประมาณ CEFR B1 ถึง B2 ครับ รูปกริยาไปไกลถึง Future Perfect Continuous แต่คำศัพท์เป็นภาษาธุรกิจที่ใช้ทั่วไป ความยากจึงอยู่ที่การเลือกรูป ไม่ใช่ที่การเข้าใจประโยค
ถ้าประโยคไม่มีคำบอกเวลาเลย จะตัดสิน tense อย่างไร
- ให้ถามว่าประโยคนั้นมีไว้ทำอะไร ถ้ารายงานสถานการณ์ตามที่เป็นอยู่ตอนนี้ให้ไปทางรูปปัจจุบัน ถ้าเล่าเหตุการณ์ที่จบแล้วให้ไปทาง Past Simple และถ้าบอกกำหนดการหรือความตั้งใจให้ไปทางรูปอนาคตรูปใดรูปหนึ่ง