ENไทย
readwise — TOEIC-style Reading Practice

เทคนิคทำข้อสอบ TOEIC Part 5 พร้อมตัวอย่างและเฉลย

กองบรรณาธิการ eng-test.com7 นาทีในการอ่าน

ข้อสอบ TOEIC Part 5 (Incomplete Sentences) คือพาร์ตเติมประโยค 30 ข้อที่วัดไวยากรณ์และคำศัพท์ — บทความนี้พาไปรู้จักโจทย์ทั้ง 4 ประเภท พร้อมตัวอย่างข้อสอบ เฉลยอธิบายละเอียด และเช็กลิสต์เทคนิคที่ช่วยให้คุณทำครบทุกข้อโดยไม่เบียดเวลา Part 7

ข้อสอบ TOEIC Part 5 คืออะไร มีกี่ข้อ ต้องทำเร็วแค่ไหน

ข้อสอบ TOEIC Part 5 (Incomplete Sentences) คือพาร์ตเติมประโยคจำนวน 30 ข้อ ซึ่งเป็นส่วนแรกของ Reading Section โดยแต่ละข้อจะให้ประโยคภาษาอังกฤษที่เว้นช่องว่างไว้ 1 จุด พร้อมตัวเลือก 4 ข้อ (A–D) เทคนิคสำคัญที่สุดคือ "ดูตัวเลือกก่อนอ่านโจทย์" เพื่อจำแนกประเภทคำถาม แล้วเลือกวิธีทำให้ตรงกับประเภทนั้น

Reading Section ของ TOEIC Listening & Reading มีทั้งหมด 100 ข้อ ให้เวลา 75 นาที และคะแนน Reading อยู่ในช่วง 5–495 คะแนน โจทย์เติมประโยค TOEIC ใน Part 5 ถือเป็นพาร์ตที่ "เก็บคะแนนง่ายที่สุดเมื่อเทียบกับเวลาที่ใช้" เพราะหลายข้อตอบได้โดยไม่ต้องแปลทั้งประโยค ถ้าคุณตั้งเป้า Reading 400+ การทำ Part 5 ให้ทั้งเร็วและแม่นคือจุดเริ่มต้นที่คุ้มค่าที่สุด

พาร์ตรูปแบบข้อสอบจำนวนข้อ
Part 5เติมประโยค (Incomplete Sentences)30 ข้อ
Part 6เติมข้อความในเนื้อเรื่อง (Text Completion)16 ข้อ
Part 7อ่านจับใจความ (Reading Comprehension)54 ข้อ

ติวเตอร์และผู้สอบส่วนใหญ่แนะนำให้ใช้เวลา Part 5 เฉลี่ยประมาณ 20–25 วินาทีต่อข้อ (รวมทั้งพาร์ตไม่เกิน 10–12 นาที) — ตัวเลขนี้ไม่ใช่กติกาทางการของข้อสอบ แต่เป็นจังหวะที่ช่วยให้เหลือเวลาเพียงพอสำหรับ Part 7 ซึ่งต้องอ่านเนื้อเรื่องยาวถึง 54 ข้อ

แนวข้อสอบ TOEIC Part 5 พร้อมเฉลย: โจทย์ 4 ประเภทหลักและวิธีจับทาง

โจทย์ Part 5 เกือบทั้งหมดจัดกลุ่มได้เป็น 4 ประเภท แต่ละประเภทมี "ลายเซ็น" ที่มองออกได้จากตัวเลือกภายใน 2–3 วินาที และมีวิธีทำเฉพาะตัว มาดูทีละประเภทพร้อมตัวอย่างข้อสอบและเฉลยอธิบายละเอียด (โจทย์ทุกข้อในบทความนี้แต่งขึ้นใหม่ตามแนวข้อสอบจริง ไม่ได้คัดลอกจากข้อสอบ TOEIC ของจริง)

ประเภทที่ 1: Word Form — เลือกหน้าที่ของคำ (Part of Speech)

วิธีสังเกต: ตัวเลือกทั้ง 4 เป็นคำรากศัพท์เดียวกันแต่ลงท้ายต่างกัน เช่น -tion/-sion, -al, -ive, -ly เจอแบบนี้เมื่อไหร่ ไม่ต้องแปลทั้งประโยค ให้ดูเฉพาะคำหน้าและหลังช่องว่าง แล้วถามว่าตำแหน่งนี้ต้องการคำชนิดไหน: หลัง a/an/the + adjective ต้องเป็นคำนาม, หน้าคำนามมักเป็น adjective, ขยายกริยาหรือทั้งประโยคใช้ adverb

ตัวอย่างโจทย์: The board approved an ambitious _____ of the company's distribution network into neighboring provinces.

  • (A) expand
  • (B) expansive
  • (C) expansion
  • (D) expansively

เฉลย: (C) expansion — หน้าช่องว่างมี article "an" ตามด้วย adjective "ambitious" ตำแหน่งนี้จึงต้องเป็นคำนามเท่านั้น expand เป็นกริยา expansive เป็นคุณศัพท์ expansively เป็นกริยาวิเศษณ์ ตัดทิ้งได้ทันที ประโยคแปลว่า "คณะกรรมการบริหารอนุมัติแผนขยายเครือข่ายกระจายสินค้าของบริษัทครั้งใหญ่ไปยังจังหวัดใกล้เคียง" — สังเกตว่าข้อนี้ตอบได้โดยดูแค่คำว่า an ambitious _____ of ไม่ต้องอ่านส่วนอื่นเลย

ประเภทที่ 2: Grammar และ Tense — ดูสัญญาณเวลาและความสอดคล้องประธาน-กริยา

วิธีสังเกต: ตัวเลือกเป็นกริยาตัวเดียวกันแต่ผันต่าง tense หรือต่างรูป (active/passive, เอกพจน์/พหูพจน์) ข้อสอบ TOEIC grammar กลุ่มนี้วัด 2 อย่างคือ tense ที่สอดคล้องกับสัญญาณเวลา (time markers) และ subject-verb agreement วิธีทำคือกวาดตาหาคำบอกเวลา เช่น by the time, since, last year, next month แล้วเช็กว่าประธานจริง ๆ ของกริยาคือคำไหน

ตัวอย่างโจทย์: By the time the new branch opens in September, the company _____ more than fifty local employees.

  • (A) recruits
  • (B) will have recruited
  • (C) has recruited
  • (D) is recruiting

เฉลย: (B) will have recruited — โครงสร้าง "By the time + present simple" ที่ชี้ไปยังจุดเวลาในอนาคต (opens in September) ต้องคู่กับ future perfect เพื่อบอกว่าการกระทำจะ "เสร็จสมบูรณ์ก่อน" จุดเวลานั้น ประโยคแปลว่า "กว่าสาขาใหม่จะเปิดในเดือนกันยายน บริษัทจะรับพนักงานท้องถิ่นเข้าทำงานแล้วมากกว่า 50 คน" ข้อสอบชอบใช้ by the time เป็นตัวล่อ ถ้าจำคู่โครงสร้างนี้ได้ ข้อแบบนี้ใช้เวลาไม่ถึง 15 วินาที

ประเภทที่ 3: Vocabulary in Context — เลือกคำศัพท์ให้เข้ากับบริบท

วิธีสังเกต: ตัวเลือกทั้ง 4 เป็นคำชนิดเดียวกันหมด (คำนามล้วน กริยาล้วน หรือคุณศัพท์ล้วน) แต่ความหมายต่างกัน ข้อกลุ่มนี้ "ต้องอ่านทั้งประโยค" เพราะไวยากรณ์ช่วยไม่ได้แล้ว ตัวช่วยที่ดีที่สุดคือ collocation หรือคู่คำที่ภาษาอังกฤษธุรกิจใช้ด้วยกันเป็นประจำ

ตัวอย่างโจทย์: Attendees will receive a full _____ of the registration fee if the workshop is canceled.

  • (A) refund
  • (B) receipt
  • (C) reminder
  • (D) renewal

เฉลย: (A) refund — คู่คำ "a full refund of + ค่าธรรมเนียม" แปลว่า "เงินคืนเต็มจำนวน" และเงื่อนไข "if the workshop is canceled" ยิ่งชี้ชัดว่าบริบทนี้ต้องเป็นการคืนเงิน ประโยคแปลว่า "ผู้เข้าร่วมจะได้รับเงินคืนค่าลงทะเบียนเต็มจำนวนหากเวิร์กช็อปถูกยกเลิก" ส่วน receipt (ใบเสร็จ), reminder (การแจ้งเตือน) และ renewal (การต่ออายุ) ถูกไวยากรณ์ทุกตัวแต่ความหมายไม่เข้ากับบริบทเลย

ประเภทที่ 4: Preposition / Conjunction — ดูว่าหลังช่องว่างเป็นวลีหรือประโยค

วิธีสังเกต: ตัวเลือกผสมกันระหว่างคำบุพบท (despite, owing to), คำเชื่อมประโยค (although, because) และคำเชื่อมความ (however, therefore) กุญแจของข้อกลุ่มนี้ไม่ใช่คำแปล แต่คือโครงสร้าง: ถ้าหลังช่องว่างเป็น "นามวลี" ใช้ preposition ถ้าเป็น "ประโยคเต็มที่มีประธาน + กริยา" ใช้ conjunction ส่วน however/therefore ใช้ขึ้นประโยคใหม่ ไม่ใช้เชื่อมกลางประโยคตรง ๆ

ตัวอย่างโจทย์: _____ its higher price, the new software has become the most popular choice among small businesses.

  • (A) Despite
  • (B) Although
  • (C) Because
  • (D) However

เฉลย: (A) Despite — หลังช่องว่างคือ "its higher price" ซึ่งเป็นนามวลี (ไม่มีกริยา) จึงต้องใช้บุพบท Despite ส่วน Although และ Because เป็น conjunction ที่ต้องตามด้วยประโยคเต็ม และ However เป็น adverb ที่ใช้ขึ้นประโยคใหม่ ประโยคแปลว่า "แม้จะมีราคาสูงกว่า ซอฟต์แวร์ตัวใหม่ก็กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมที่สุดในกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก" คู่ Despite/Although คือกับดักยอดฮิตที่ออกสอบบ่อยมาก

เช็กลิสต์เทคนิคทำข้อสอบ TOEIC Part 5 ให้เร็วและแม่น

รวมขั้นตอนทั้งหมดเป็นเช็กลิสต์เดียว ใช้ซ้ำได้กับทุกข้อในห้องสอบจริง

  1. กวาดตาดูตัวเลือกก่อนอ่านโจทย์ เพื่อจำแนกว่าเป็นข้อ Word Form, Grammar/Tense, Vocabulary หรือ Connector ภายใน 2–3 วินาทีแรก
  2. ถ้าเป็นข้อ Word Form หรือ Grammar ให้อ่านเฉพาะคำรอบ ๆ ช่องว่างก่อน หลายข้อตอบได้โดยไม่ต้องแปลทั้งประโยค
  3. ถ้าเป็นข้อ Vocabulary ให้อ่านทั้งประโยคเพื่อจับบริบท แล้วนึกถึง collocation ที่ใช้คู่กันบ่อย
  4. มองหา time markers (by the time, since, next month) และเช็กประธานจริงของกริยาทุกครั้งก่อนเลือก tense
  5. ตัดตัวเลือกที่ผิดชัดเจนออกก่อน (process of elimination) เหลือ 2 ตัวแล้วค่อยชั่งน้ำหนักจากบริบท
  6. คุมเวลาประมาณ 20–25 วินาทีต่อข้อ ถ้าเกินให้เลือกคำตอบที่ดีที่สุดแล้วไปข้อถัดไปทันที เพราะ TOEIC ไม่หักคะแนนข้อที่ตอบผิด
  7. เก็บเวลาที่ประหยัดได้จาก Part 5–6 ไว้ให้ Part 7 ซึ่งเป็นพาร์ตที่ต้องอ่านมากที่สุดใน Reading

กับดักที่เจอบ่อยในข้อสอบ TOEIC Part 5

คนที่พลาด Part 5 ส่วนใหญ่ไม่ได้พลาดเพราะไม่รู้ไวยากรณ์ แต่พลาดเพราะติดกับดักที่ข้อสอบตั้งใจวางไว้ ลองเช็กว่าคุณเคยโดนข้อไหนบ้าง

  • คำหน้าตาคล้ายกันแต่ความหมายต่างกัน เช่น economic (เกี่ยวกับเศรษฐกิจ) กับ economical (ประหยัด) — อ่านตัวเลือกให้จบทุกตัวก่อนฝนคำตอบ
  • ตัวเลือกที่ถูกไวยากรณ์แต่ผิดความหมาย — ในข้อ Vocabulary ทุกตัวเลือกมักใส่ลงช่องว่างได้ทางโครงสร้าง ต้องตัดสินด้วยบริบทเท่านั้น
  • Despite ตามด้วยนามวลี แต่ Although ตามด้วยประโยคเต็ม — จำสลับกันเมื่อไหร่เสียคะแนนทันที
  • ประธานอยู่ห่างจากกริยา เช่น มีวลี of/with/including ยาว ๆ คั่นกลาง ทำให้เผลอผันกริยาตามคำนามที่อยู่ใกล้ช่องว่างแทนประธานจริง
  • คำนามนับได้/นับไม่ได้กับ many/much/few/little — ข้อสอบชอบเอา information, equipment, advice มาหลอกว่าเป็นพหูพจน์
  • เลือก tense จากคำแปลในหัวโดยไม่หา time marker ในประโยค — สัญญาณเวลาคือหลักฐานเดียวที่เชื่อถือได้

ฝึกวันละ 5 ข้อ สร้างความเร็ว Part 5 แบบยั่งยืน

เทคนิคทั้งหมดข้างต้นจะกลายเป็น "สัญชาตญาณ" ก็ต่อเมื่อฝึกซ้ำจนการจำแนกประเภทโจทย์เกิดขึ้นอัตโนมัติ วิธีที่ทำต่อเนื่องได้จริงคือฝึกเป็นรอบสั้น ๆ วันละ 5 ข้อ แล้วอ่านเฉลยทุกข้อแม้ข้อที่ตอบถูก เพื่อเช็กว่าถูกเพราะ "รู้เหตุผล" หรือถูกเพราะเดา

ที่ eng-test.com เราออกแบบมาเพื่อการฝึกแบบนี้โดยเฉพาะ: แนวข้อสอบ TOEIC สไตล์เดียวกับข้อสอบจริงมากกว่า 20,000 ข้อ (เขียนขึ้นใหม่ทั้งหมด ไม่ได้คัดลอกจากข้อสอบจริง) แบ่งเป็นรอบละ 5 ข้อ พร้อมเฉลยอธิบายทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยทุกข้อ มีหมวด Grammar และ Incomplete Sentences (Part 5) ให้เจาะจุดอ่อนตรง ๆ และลองทำชุดตัวอย่าง 5 ข้อได้ฟรีที่หน้าแรกโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก

ตอนฝึก ลองจับเวลาแต่ละรอบ 5 ข้อให้จบใน 2 นาที (เฉลี่ย 24 วินาที/ข้อ) — ใกล้เคียงจังหวะที่ต้องใช้ในห้องสอบจริง แล้วค่อย ๆ ลดเวลาลงเมื่อความแม่นยำนิ่งแล้ว อย่าเร่งความเร็วก่อนที่จะตอบถูกอย่างมีเหตุผลได้สม่ำเสมอ

คำถามที่พบบ่อย

ข้อสอบ TOEIC Part 5 มีกี่ข้อ และควรใช้เวลาเท่าไหร่?

Part 5 มี 30 ข้อ เป็นส่วนแรกของ Reading Section (รวม 100 ข้อ ใน 75 นาที) คำแนะนำที่นิยมกันคือใช้เฉลี่ย 20–25 วินาทีต่อข้อ หรือทั้งพาร์ตไม่เกิน 10–12 นาที เพื่อเหลือเวลาให้ Part 7 มากที่สุด

ต้องอ่านโจทย์ทั้งประโยคทุกข้อไหม?

ไม่จำเป็น ข้อ Word Form และ Grammar หลายข้อตอบได้จากคำรอบ ๆ ช่องว่าง แต่ข้อ Vocabulary in Context ต้องอ่านทั้งประโยคเสมอ เพราะทุกตัวเลือกมักถูกไวยากรณ์หมด ต้องตัดสินจากความหมาย

TOEIC Part 5 ออกไวยากรณ์เรื่องอะไรบ่อยที่สุด?

กลุ่มที่เจอบ่อยคือ part of speech (เลือกรูปคำนาม/คุณศัพท์/กริยาวิเศษณ์), tense กับ time markers, subject-verb agreement, คำเชื่อมประเภท preposition/conjunction เช่น despite กับ although และ collocation ของศัพท์ธุรกิจ

ถ้าไม่แน่ใจคำตอบ ควรเดาหรือปล่อยว่าง?

ควรเดาเสมอ TOEIC ไม่หักคะแนนข้อที่ตอบผิด การปล่อยว่างจึงมีแต่เสียกับเสีย ใช้วิธีตัดตัวเลือกที่ผิดชัดเจนออกก่อนแล้วเลือกจากที่เหลือ จะเพิ่มโอกาสถูกได้มาก

ต้องทำ Part 5 ถูกกี่ข้อถึงจะได้ Reading 400 ขึ้นไป?

ไม่มีสูตรแปลงคะแนนตายตัวที่เปิดเผยเป็นทางการ เพราะคะแนน TOEIC เป็นคะแนนสเกล (Reading 5–495) และปรับตามชุดข้อสอบแต่ละรอบ หลักคิดที่ใช้ได้จริงคือพยายามเก็บ Part 5–6 ให้ผิดน้อยที่สุด เพราะเป็นพาร์ตที่ฝึกให้แม่นได้เร็วกว่า Part 7

หาแนวข้อสอบ TOEIC Part 5 พร้อมเฉลยฟรีได้ที่ไหน?

ลองได้ที่ eng-test.com ซึ่งมีชุดตัวอย่าง 5 ข้อให้ทำฟรีที่หน้าแรกโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก และมีคลังข้อสอบสไตล์ TOEIC ที่เขียนขึ้นใหม่ทั้งหมดกว่า 20,000 ข้อ พร้อมเฉลยอธิบายสองภาษา (อังกฤษ-ไทย) ทุกข้อ ทั้งนี้ eng-test ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ETS หรือข้อสอบ TOEIC อย่างเป็นทางการ

ควรท่องศัพท์สำหรับ Part 5 อย่างไรให้ได้ผล?

ท่องเป็น collocation หรือคู่คำที่ใช้ด้วยกัน เช่น obtain approval, meet a deadline, comply with regulations แทนการท่องคำเดี่ยว ๆ เพราะข้อสอบ Vocabulary ใน Part 5 วัดว่าคำไหน "เข้าคู่" กับบริบทธุรกิจ ไม่ได้วัดแค่คำแปล

เอาไปฝึกกับข้อสอบแนว TOEIC จริง

eng-test.com คือเว็บฝึกข้อสอบแนว TOEIC Reading ฟรี รอบละ 5 ข้อ พร้อมเฉลยและคำอธิบาย ลองเอาสิ่งที่เพิ่งอ่านไปฝึกต่อได้เลย