TOEIC คืออะไร? คู่มือฉบับสมบูรณ์ปี 2026: โครงสร้างข้อสอบ คะแนน ค่าสอบ และวิธีสมัครสอบในไทย
TOEIC (Test of English for International Communication) คือข้อสอบวัดระดับภาษาอังกฤษเพื่อการทำงาน พัฒนาโดย ETS จากสหรัฐอเมริกา แบบที่นิยมสอบกันมากที่สุดคือ TOEIC Listening and Reading มี 200 ข้อ แบ่งเป็น 7 พาร์ต ใช้เวลาสอบประมาณ 2 ชั่วโมง คะแนนเต็ม 990 ในประเทศไทยสมัครสอบทางโทรศัพท์ผ่านศูนย์สอบ CPA (Thailand) ซึ่งมีสาขากรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ค่าสอบสำหรับบุคคลทั่วไป 1,800 บาท (ข้อมูลปี 2026)
TOEIC คืออะไร?
TOEIC ย่อมาจาก Test of English for International Communication คือข้อสอบวัดระดับภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในที่ทำงาน พัฒนาโดย ETS (Educational Testing Service) องค์กรจากสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นผู้พัฒนาข้อสอบ TOEFL ด้วย จุดที่ต่างจากข้อสอบเชิงวิชาการคือ TOEIC วัดภาษาอังกฤษที่ใช้จริงในการทำงาน ทั้งอีเมล ตารางนัดหมาย ประกาศ ใบแจ้งหนี้ และบทสนทนาในออฟฟิศ นี่คือเหตุผลที่สายการบิน โรงแรม หน่วยงานราชการ และบริษัทใหญ่ในไทยใช้คะแนน TOEIC เป็นเกณฑ์รับสมัครงานและเลื่อนตำแหน่ง ข้อมูลอย่างเป็นทางการทั้งหมดมาจาก ETS และศูนย์สอบที่ได้รับอนุญาต โดยบทความนี้สรุปมาให้ผู้สอบชาวไทยโดยเฉพาะ
เวลาคนไทยพูดว่า "ไปสอบ TOEIC" เกือบทั้งหมดหมายถึง TOEIC Listening and Reading ซึ่งเป็นข้อสอบแบบกระดาษ ปรนัยล้วน ไม่มีการสอบพูดหรือเขียน ในตระกูลเดียวกันยังมีอีกสองแบบคือ TOEIC Speaking and Writing ข้อสอบแยกที่สอบผ่านคอมพิวเตอร์ (บางองค์กรโดยเฉพาะสายการบินขอเพิ่มเติม) และ TOEIC Bridge เวอร์ชันง่ายกว่าสำหรับผู้เรียนระดับเริ่มต้นถึงกลาง คู่มือนี้เจาะที่ Listening and Reading เพราะเป็นคะแนนที่ประกาศรับสมัครงานในไทยแทบทุกฉบับต้องการ
- ชื่อเต็ม: Test of English for International Communication พัฒนาโดย ETS
- รูปแบบ: ปรนัย 200 ข้อ แบ่งเป็น 7 พาร์ต ใช้เวลาสอบประมาณ 2 ชั่วโมง
- คะแนน: รวม 10–990 (การฟัง 5–495 + การอ่าน 5–495)
- ในไทย: จัดสอบโดยศูนย์สอบ CPA (Thailand) ที่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่
- ค่าสอบ: บุคคลทั่วไป 1,800 บาท (ข้อมูลปี 2026)
TOEIC สอบอะไรบ้าง? โครงสร้างข้อสอบครบทั้ง 7 พาร์ต
ประเทศไทยใช้ข้อสอบ TOEIC Listening and Reading รูปแบบปัจจุบัน (ฉบับปรับปรุงใหม่) มีทั้งหมด 200 ข้อ แบ่งเป็นการฟัง (Listening) 100 ข้อ ประมาณ 45 นาที และการอ่าน (Reading) 100 ข้อ จับเวลาเข้มงวด 75 นาที ทุกข้อเป็นปรนัย ส่วนใหญ่มี 4 ตัวเลือก ยกเว้น Part 2 ที่มี 3 ตัวเลือก และต้องฝนคำตอบลงกระดาษคำตอบแยกต่างหาก
| พาร์ต | ส่วน | รูปแบบคำถาม | จำนวนข้อ |
|---|---|---|---|
| Part 1 | การฟัง | บรรยายภาพ (Photographs) | 6 |
| Part 2 | การฟัง | ถาม–ตอบ (Question–Response) | 25 |
| Part 3 | การฟัง | บทสนทนา (Conversations) | 39 |
| Part 4 | การฟัง | บทพูด/ประกาศ (Talks) | 30 |
| Part 5 | การอ่าน | เติมประโยค (Incomplete Sentences) | 30 |
| Part 6 | การอ่าน | เติมข้อความ (Text Completion) | 16 |
| Part 7 | การอ่าน | อ่านจับใจความ (Reading Comprehension) | 54 |
| รวม | — | 200 ข้อ | ~2 ชั่วโมง |
ส่วนการฟัง (Part 1–4 ประมาณ 45 นาที)
เสียงเปิดเพียงรอบเดียวด้วยความเร็วปกติ หยุดหรือฟังซ้ำไม่ได้ Part 1 ดูภาพแล้วเลือกประโยคที่บรรยายภาพถูกต้อง Part 2 ฟังคำถามแล้วเลือกคำตอบจาก 3 ตัวเลือก ส่วนที่หนักจริงคือ Part 3 และ 4 ซึ่งมีบทสนทนา 13 ชุดและบทพูด 10 ชุด แต่ละชุดตามด้วยคำถามในกระดาษ 3 ข้อ บางชุดมีตารางหรือกราฟให้อ่านประกอบขณะฟัง สำเนียงสลับกันทั้งอเมริกัน อังกฤษ ออสเตรเลีย และแคนาดา
ส่วนการอ่าน (Part 5–7 จับเวลา 75 นาที)
Part 5 คือประโยคเดี่ยว 30 ข้อ เว้นช่องว่างให้เติม วัดแกรมมาร์และคำศัพท์ — อ่านเทคนิคทำข้อละไม่กี่วินาทีได้ในคู่มือพิชิต Part 5 Part 6 คือเนื้อความสั้น 4 เรื่อง เรื่องละ 4 ช่องว่าง (รวม 16 ข้อ) โดยแต่ละเรื่องมีหนึ่งช่องที่ต้องเติมทั้งประโยค ส่วน Part 7 คือด่านวัดความอึด 54 ข้อ แบ่งเป็นบทความเดี่ยว 29 ข้อ และชุดบทความคู่/สามบทความ 25 ข้อ มีทั้งอีเมล โฆษณา บทความ แชท และหน้าเว็บ เจาะกลยุทธ์สองพาร์ตนี้ต่อได้ในคู่มือ Part 6 และ 7
พาร์ตการอ่านคือจุดที่ผู้สอบชาวไทยส่วนใหญ่ทำข้อสอบไม่ทัน สูตรแบ่งเวลาที่ใช้ได้จริง: Part 5 ประมาณ 10 นาที Part 6 ประมาณ 10 นาที และเก็บ 55 นาทีไว้ให้ Part 7 ถ้าตอนนี้ทำ Part 5 เกินข้อละ 20 วินาที นั่นคือทักษะแรกที่ควรฝึก
เกณฑ์คะแนน TOEIC และอายุของผลสอบ
คะแนนดิบ (จำนวนข้อที่ตอบถูก) ของแต่ละส่วนจะถูกแปลงเป็นคะแนนมาตรฐาน 5–495 โดยเพิ่มทีละ 5 คะแนน รวมสองส่วนได้คะแนนเต็ม 10–990 จุดสำคัญคือ ตอบผิดไม่ถูกหักคะแนน — คะแนนคิดจากจำนวนข้อที่ถูกเท่านั้น ดังนั้นห้ามเว้นข้อว่างเด็ดขาด
ผลสอบ TOEIC ใช้ได้ 2 ปี โดยมีรายละเอียดที่หลายคนไม่รู้: ใบคะแนนตัวกระดาษไม่ได้ "หมดอายุ" ในตัวเอง แต่ ETS และศูนย์สอบจะออกใบรับรองหรือคัดสำเนาผลคะแนน (Reprint) ให้เฉพาะภายใน 2 ปีนับจากวันสอบเท่านั้น องค์กรในไทยจึงไม่รับผลสอบที่เก่ากว่า 2 ปี และต้องสอบใหม่
ETS เผยแพร่ตารางเทียบคะแนน TOEIC กับกรอบ CEFR ที่ใช้กันทั่วโลก โดยคร่าว ๆ คะแนนราวกลาง 500 เทียบระดับ B1 และราว 785 ขึ้นไปเทียบ B2 อ่านความหมายของแต่ละช่วงคะแนนแบบละเอียด พร้อมวิธีวางเป้าหมายให้ตรงกับงานที่สมัคร ได้ในคู่มือคะแนน TOEIC
ไม่มีการหักคะแนนข้อผิด แปลว่าการเดาไม่มีต้นทุน ในนาทีสุดท้ายของพาร์ตการอ่าน ให้ฝนทุกข้อที่เหลือ — การเดาแบบสุ่มยังเก็บคะแนนคืนมาได้ราวหนึ่งในสี่ของข้อที่เดา
ใครต้องใช้คะแนน TOEIC ในไทยบ้าง
TOEIC คือใบเบิกทางภาษาอังกฤษมาตรฐานของตลาดงานไทย ตารางด้านล่างคือช่วงคะแนนที่พบบ่อยในประกาศรับสมัครงานปี 2026 ย้ำว่าเป็นเพียงช่วงที่พบทั่วไป ไม่ใช่นโยบายทางการของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง เกณฑ์จริงต่างกันตามตำแหน่งและรอบรับสมัคร ควรตรวจสอบจากประกาศฉบับจริงเสมอ
| ประเภทองค์กร | ช่วงคะแนนที่พบบ่อย |
|---|---|
| สายการบิน (ลูกเรือ) | 600–650+ |
| สายการบิน (พนักงานภาคพื้น) | 550–600+ |
| โรงแรม 4–5 ดาว (ส่วนบริการ) | 500–600 |
| ราชการ / รัฐวิสาหกิจ | 400–600 แล้วแต่ตำแหน่ง |
| บริษัทข้ามชาติ / องค์กรใหญ่ | 550–750 |
| งานออฟฟิศทั่วไป (จบใหม่) | 500+ |
สองแพตเทิร์นที่ควรรู้: สายการบินมักกำหนดให้ผลสอบยังใหม่ (ไม่เกิน 2 ปี บางแห่งไม่เกิน 1 ปี) และอาจมีสอบสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษเพิ่ม ส่วนหลายองค์กรกำหนดคะแนนขั้นต่ำรายส่วน ไม่ใช่แค่คะแนนรวม ถ้าอยากรู้ว่าการขยับทีละ 50 คะแนนต้องตอบถูกเพิ่มกี่ข้อ ดูได้ในคู่มือคะแนน TOEIC
สมัครสอบ TOEIC 2026: ขั้นตอนแบบละเอียดที่ศูนย์สอบ CPA Thailand
ผู้จัดสอบ TOEIC อย่างเป็นทางการในประเทศไทยคือ Center for Professional Assessment (Thailand) หรือ CPA Thailand มีศูนย์สอบที่กรุงเทพฯ (อาคาร BB ย่านอโศก สุขุมวิท 21) และเชียงใหม่ สำหรับบุคคลทั่วไป การจองสอบทำได้ทางโทรศัพท์เท่านั้น — ณ ปี 2026 ยังไม่มีระบบจองออนไลน์หรือจองทางอีเมลสำหรับผู้สอบรายบุคคล ดูรายละเอียดล่าสุดได้ที่หน้าจองสอบของ CPA Thailand
- โทรจองกับ Call Center ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วันทำการ — กรุงเทพฯ 02-260-7061 หรือ 02-259-3990 เชียงใหม่ 053-241-273 ถึง 275 เปิดจันทร์–เสาร์ 8:00–16:30 น. (ข้อมูลปี 2026)
- แจ้งชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษให้ตรงกับบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตทุกตัวอักษร พร้อมเลขบัตรประชาชน 13 หลัก (ชาวต่างชาติใช้เลขพาสปอร์ต) แล้วเลือกศูนย์สอบ วันสอบ และรอบสอบ — กรุงเทพฯ ปกติมีรอบเช้าและรอบบ่าย จันทร์–เสาร์ ควรยืนยันเวลาตอนจอง
- วันสอบไปถึงศูนย์สอบก่อนเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อลงทะเบียนและตรวจเอกสาร
- ชำระค่าสอบ 1,800 บาทที่ศูนย์สอบ จ่ายได้ทั้งเงินสด บัตรเครดิต หรือสแกน QR (อัตราปี 2026 — ควรเช็กกับ CPA ตอนจองอีกครั้ง)
- ศูนย์สอบถ่ายรูปให้ที่หน้างาน (ไม่ต้องเตรียมรูปถ่ายไป) จากนั้นเข้าสอบประมาณ 2 ชั่วโมง
- รับใบคะแนนด้วยตนเองที่ศูนย์สอบ หรือให้จัดส่งทางไปรษณีย์ด่วน EMS
เอกสารที่ต้องใช้
- คนไทย: บัตรประชาชนตัวจริงที่ยังไม่หมดอายุ หรือพาสปอร์ตตัวจริง (สำเนาหรือรูปถ่ายใช้ไม่ได้)
- ชาวต่างชาติ: พาสปอร์ตตัวจริงที่ยังไม่หมดอายุ หรือใบอนุญาตทำงาน (Work Permit)
- ชื่อภาษาอังกฤษและวันเกิดบนเอกสารต้องตรงกับข้อมูลที่แจ้งตอนจอง มิฉะนั้นอาจถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าสอบ
- ไม่ต้องเตรียมรูปถ่าย เพราะศูนย์สอบถ่ายรูปให้และพิมพ์ลงบนใบคะแนน
วันสอบจริงและการรับผลสอบ
เผื่อเวลาอยู่ที่ศูนย์สอบราว 3 ชั่วโมง: ลงทะเบียนก่อนสอบไม่เกิน 1 ชั่วโมง บวกเวลาสอบอีกประมาณ 2 ชั่วโมง ผลสอบออกเร็วมากเมื่อเทียบกับข้อสอบมาตรฐานอื่น — สอบที่กรุงเทพฯ ปกติรับใบคะแนนได้ภายในราว 1 วันทำการ ส่วนเชียงใหม่ใช้เวลา 2–3 วันทำการ หรือเลือกส่ง EMS ถึงบ้าน (เผื่อเวลาราวหนึ่งสัปดาห์) ควรยืนยันวันรับผลตอนจองสอบ และอย่าลืมว่าศูนย์สอบหยุดวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
ที่นั่งสอบจะเต็มเร็วช่วงก่อนสายการบินเปิดรับสมัครและช่วงใกล้ปิดรับสมัครงานราชการ ถ้ามีเดดไลน์ยื่นเอกสารชัดเจน ควรจองล่วงหน้า 1–2 สัปดาห์ และวางวันสอบให้เหลือเวลาพอสอบซ่อมได้อีกหนึ่งรอบ
ต้องเตรียมตัวนานแค่ไหน? ไทม์ไลน์ที่ทำได้จริง
ระยะเวลาเตรียมตัวขึ้นกับ "ช่องว่าง" ระหว่างระดับปัจจุบันกับคะแนนเป้าหมาย ไม่ใช่ตัวเลขตายตัว หลักคิดที่ติวเตอร์ไทยใช้กันและสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้เรียนบนแพลตฟอร์มของเรา: ช่องว่าง 100 คะแนนใช้เวลาราว 4–8 สัปดาห์หากฝึกทุกวัน ส่วนช่องว่าง 200–300 คะแนนคือโปรเจกต์ 3–6 เดือนที่มักต้องกลับไปปูพื้นแกรมมาร์และคำศัพท์ก่อน
- ต้องการเพิ่ม 50–100 คะแนน: 4–6 สัปดาห์ — ฝึกจับเวลาทุกวัน เน้นส่วนที่อ่อนกว่า
- ต้องการเพิ่ม 100–200 คะแนน: 2–3 เดือน — ฝึกแยกรายพาร์ต ควบคู่กับสะสมคำศัพท์
- ต้องการเพิ่ม 200–300 คะแนน: 4–6 เดือน — เริ่มจากพื้นฐาน เช่น คู่มือ Tense ภาษาอังกฤษ และเทคนิคจำคำศัพท์ แล้วค่อยต่อยอดด้วยโจทย์แนวข้อสอบ
ความสม่ำเสมอชนะปริมาณ ตารางที่เหมาะกับคนทำงานประจำ: ฝึกโจทย์วันละ 15–30 นาทีในวันธรรมดา ทำชุดจับเวลายาวหนึ่งครั้งช่วงสุดสัปดาห์ และซ้อมพาร์ตการอ่านเต็มรูปแบบ 75 นาทีในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้าย เริ่มจากลองตัวอย่างข้อสอบแนว TOEIC เพื่อหาระดับปัจจุบันของตัวเองก่อนตัดสินใจจองวันสอบ
ฝึกพาร์ตการอ่านฟรีก่อนลงสนามจริง
พาร์ตการอ่านให้รางวัลกับความคุ้นเคย: จุดแกรมมาร์ รูปแบบคำถาม และประเภทบทความจะวนซ้ำ ยิ่งเจอบ่อยยิ่งแปลงเป็นคะแนนได้ตรง ๆ นี่คือสิ่งที่ eng-test.com ถูกออกแบบมาเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ — แบบฝึกแนว TOEIC Reading ฟรี ในรูปแบบเซสชันสั้น 5 ข้อ ใช้เวลาครั้งละประมาณ 3–5 นาที (ชุดอ่านจับใจความอาจใช้เวลานานกว่านั้นเล็กน้อย) จากคลังข้อสอบต้นฉบับกว่า 20,000 ข้อ หมวดฝึกล้อกับพิมพ์เขียวของพาร์ตการอ่านจริง: เติมประโยค (แนว Part 5) เติมข้อความ (แนว Part 6) และอ่านจับใจความ (แนว Part 7) บวกหมวดคำศัพท์ แกรมมาร์ และโหมดสุ่มคละ ทุกข้อมีเฉลยอธิบายสองภาษาอังกฤษ–ไทย และหน้าแรกมีชุดทดลอง 5 ข้อให้ลองได้ทันทีโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก
ข้อควรรู้ตรง ๆ หนึ่งข้อ: ผลการฝึกบนแพลตฟอร์มใดก็ตาม รวมถึงของเรา เป็นเพียงตัวประเมินความพร้อม ไม่ใช่ตัวทำนายคะแนนสอบจริงอย่างเป็นทางการ ใช้การฝึกเพื่อหาพาร์ตที่อ่อนและสร้างความเร็ว แล้วไปพิสูจน์ผลในสนามสอบจริง
หมายเหตุ: eng-test.com เป็นแพลตฟอร์มฝึกฝนอิสระ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือได้รับการรับรองจาก ETS และ TOEIC เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ ETS ข้อมูลทางการเรื่องค่าสอบ วันสอบ และระเบียบการ ให้ยึดจาก ETS และศูนย์สอบ CPA Thailand เป็นหลัก อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับแพลตฟอร์มของเราได้ที่หน้าเกี่ยวกับเรา
คำถามที่พบบ่อย
TOEIC ย่อมาจากอะไร และวัดอะไร?
- TOEIC ย่อมาจาก Test of English for International Communication เป็นข้อสอบวัดระดับภาษาอังกฤษเพื่อการทำงาน พัฒนาโดย ETS องค์กรเดียวกับที่ทำข้อสอบ TOEFL แบบที่นิยมที่สุดคือ TOEIC Listening and Reading ปรนัย 200 ข้อ คะแนนเต็ม 990 ครับ
ค่าสอบ TOEIC เท่าไหร่?
- ข้อมูลปี 2026 ค่าสอบสำหรับบุคคลทั่วไปที่ศูนย์สอบ CPA Thailand อยู่ที่ 1,800 บาท ชำระที่ศูนย์สอบในวันสอบ จ่ายได้ทั้งเงินสด บัตรเครดิต หรือสแกน QR ส่วนอัตราสำหรับองค์กรจะตกลงแยกต่างหาก แนะนำให้เช็กราคาล่าสุดกับ CPA ตอนโทรจองอีกครั้งครับ
ผลสอบ TOEIC มีอายุกี่ปี?
- ผลสอบ TOEIC ใช้ได้ 2 ปีนับจากวันสอบ โดยแท้จริงแล้วเป็นนโยบายการออกใบรับรอง คือ ETS และศูนย์สอบจะคัดสำเนาหรือรับรองผลคะแนนให้เฉพาะภายใน 2 ปีเท่านั้น องค์กรในไทยจึงไม่รับผลที่เก่ากว่านั้น และต้องสอบใหม่ครับ
สอบ TOEIC ตอบผิดหักคะแนนไหม?
- ไม่หักครับ คะแนน TOEIC คิดจากจำนวนข้อที่ตอบถูกเท่านั้น ข้อที่ตอบผิดไม่ถูกหักคะแนน ดังนั้นควรตอบให้ครบทั้ง 200 ข้อ แม้บางข้อจะต้องเดาก็ตามครับ
ผลสอบ TOEIC ออกกี่วัน?
- เร็วมากครับ สอบที่ศูนย์กรุงเทพฯ ปกติรับใบคะแนนได้ภายในประมาณ 1 วันทำการ ส่วนศูนย์เชียงใหม่ใช้เวลาราว 2–3 วันทำการ หรือเลือกให้ส่งทางไปรษณีย์ EMS ซึ่งเผื่อเวลาเพิ่มอีกราวหนึ่งสัปดาห์ ควรยืนยันวันรับผลกับศูนย์สอบตอนจองครับ
สมัครสอบ TOEIC ออนไลน์ได้ไหม?
- ณ ปี 2026 ผู้สอบรายบุคคลต้องจองทางโทรศัพท์ผ่าน Call Center ของ CPA Thailand เท่านั้น (กรุงเทพฯ 02-260-7061 หรือ 02-259-3990 เชียงใหม่ 053-241-273 ถึง 275) ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วันทำการ ยังไม่มีระบบจองออนไลน์สำหรับบุคคลทั่วไป ส่วนองค์กรติดต่อจัดสอบกลุ่มกับ CPA โดยตรงครับ
สมัครงานต้องใช้ TOEIC กี่คะแนน?
- ช่วงที่พบบ่อยในประกาศรับสมัครงานไทยคือ ลูกเรือสายการบิน 600–650 ขึ้นไป พนักงานภาคพื้น 550–600 ขึ้นไป งานโรงแรมระดับ 4–5 ดาวราว 500–600 และบริษัทข้ามชาติ 550–750 ทั้งนี้เป็นเพียงช่วงที่พบทั่วไป เกณฑ์จริงต่างกันตามบริษัทและตำแหน่ง ควรดูจากประกาศรับสมัครฉบับจริงเสมอครับ
TOEIC Listening and Reading กับ TOEIC Speaking and Writing ต่างกันอย่างไร?
- เป็นข้อสอบคนละตัวครับ TOEIC Listening and Reading คือข้อสอบปรนัยแบบกระดาษ คะแนน 10–990 ที่องค์กรไทยส่วนใหญ่ต้องการ ส่วน TOEIC Speaking and Writing เป็นข้อสอบแยกที่สอบผ่านคอมพิวเตอร์ มีระบบสมัครและเกณฑ์คะแนนของตัวเอง มักถูกขอเพิ่มโดยองค์กรที่ต้องยืนยันทักษะการพูด เช่น สายการบินครับ